มาตรา 32 พระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. 2559
หมวด ๔ อำนาจของศาลเกี่ยวกับการคุมประพฤติ
มาตรา ๓๒ ในกรณีที่ผู้ถูกคุมความประพฤติไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อการคุมความประพฤติตามที่ศาลกำหนด หรือพฤติการณ์ที่เกี่ยวกับการคุมความประพฤติของผู้ถูกคุมความประพฤติเปลี่ยนแปลงไป และพนักงานคุมประพฤติได้ดำเนินการตามมาตรา ๒๗ พร้อมทั้งได้ทำรายงานและความเห็นต่อศาลแล้ว
หากรายงานและความเห็นนั้นเป็นผลร้ายแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติ ให้ศาลเรียกผู้ถูกคุมความประพฤติมาเพื่อแจ้งข้อความที่เป็นผลร้ายนั้นให้ทราบ ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ถูกคุมความประพฤติมีสิทธิที่จะคัดค้านและนำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างได้ และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถ้าผู้ถูกคุมความประพฤติขัดขืนไม่มาศาลตามหมายเรียกหรือตามนัด จงใจไม่รับหมายเรียก ได้หลบหนีไป หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะหลบหนี ศาลมีอำนาจออกหมายจับผู้ถูกคุมความประพฤติเพื่อดำเนินการต่อไป
สรุปมาตรา 32 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. 2559 กำหนดว่าในกรณีที่ผู้ถูกคุมความประพฤติไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด หรือพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป และพนักงานคุมประพฤติได้ทำรายงานและความเห็นต่อศาลแล้ว หากรายงานนั้นเป็นผลร้ายแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติ ให้ศาลเรียกผู้นั้นมาแจ้งข้อความที่เป็นผลร้ายให้ทราบ โดยผู้ถูกคุมความประพฤติมีสิทธิคัดค้านและนำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างได้ และถ้าขัดขืนไม่มาศาลตามหมายเรียก จงใจไม่รับหมาย หลบหนีไป หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะหลบหนี ศาลมีอำนาจออกหมายจับ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 32 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 32
รายงานที่เป็นผลร้ายต้องแจ้งผู้ถูกคุมประพฤติหรือไม่
ต้อง ให้ศาลเรียกผู้ถูกคุมความประพฤติมาเพื่อแจ้งข้อความที่เป็นผลร้ายนั้นให้ทราบ
ผู้ถูกคุมความประพฤติโต้แย้งได้หรือไม่
ได้ มีสิทธิที่จะคัดค้านและนำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างได้
ถ้าไม่มาศาลตามหมายเรียกจะเป็นอย่างไร
ศาลมีอำนาจออกหมายจับผู้ถูกคุมความประพฤติเพื่อดำเนินการต่อไป
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. 2559ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง