มาตรา 46 พระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๔๖ ทวิ และมาตรา ๔๗ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดวันสอบสวนคำขอไปยังผู้ขอใช้สิทธิ ผู้ทรงสิทธิบัตร และผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง ในการนี้ให้ส่งสำเนาคำขอไปยังผู้ทรงสิทธิบัตร และผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘ วรรคสองด้วย
ในการสอบสวนตามวรรคสอง พนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ขอใช้สิทธิผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง มาให้ถ้อยคำชี้แจง ให้ส่งเอกสาร หรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนและอธิบดีได้วินิจฉัยแล้ว
ให้แจ้งคำวินิจฉัยไปยังผู้ขอใช้สิทธิผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้รับได้อนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง คำวินิจฉัยของอธิบดีตามวรรคสาม คู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น มาตรา ๕๐ เมื่ออธิบดีวินิจฉัยว่าผู้ขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๖ ทวิ
และมาตรา ๔๗ เป็นผู้ขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรได้ ให้อธิบดีกำหนดค่าตอบแทนเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง ตามที่ผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตได้ตกลงกัน
และในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้อธิบดีกำหนดค่าตอบแทน เงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิดังกล่าวตามที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควรภายใต้หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ขอบเขตและระยะเวลาที่อนุญาตต้องไม่เกินกว่าพฤติการณ์อันจำเป็น (๒)
ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิที่จะอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตรายอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของตนด้วยก็ได้ (๓) ผู้รับอนุญาตไม่มีสิทธิโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลอื่นเว้นแต่จะโอนกิจการหรือชื่อเสียงในทางการค้าโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธินั้นด้วย (๔)
การอนุญาตจะต้องมุ่งสนองความต้องการของประชาชนภายในราชอาณาจักรเป็นสำคัญ (๕) ค่าตอบแทนที่กำหนดจะต้องเพียงพอตามพฤติการณ์แห่งกรณี เมื่ออธิบดีได้กำหนดค่าตอบแทน เงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตร และข้อจำกัดสิทธิดังกล่าวแล้ว ให้อธิบดีสั่งให้ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ใช้สิทธิ คำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่ง
คู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น การออกใบอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดโดยกฎกระทรวง”
สรุปมาตรา 46 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
หน้านี้เป็นมาตราของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมที่รวมบทว่าด้วยการขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของผู้อื่นไว้ด้วยกัน โดยกำหนดขั้นตอนให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดวันสอบสวนคำขอไปยังผู้ขอใช้สิทธิ ผู้ทรงสิทธิบัตร และผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ พร้อมส่งสำเนาคำขอ และในการสอบสวนอาจเรียกให้มาชี้แจงหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ เมื่ออธิบดีวินิจฉัยแล้วให้แจ้งคำวินิจฉัย ซึ่งคู่กรณีอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในหกสิบวัน ส่วนมาตรา ๕๐ กำหนดให้อธิบดีกำหนดค่าตอบแทน เงื่อนไขการใช้สิทธิ และข้อจำกัดสิทธิตามที่คู่กรณีตกลงกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้อธิบดีกำหนดเองภายใต้หลักเกณฑ์ห้าประการ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 46 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 46
คู่กรณีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของอธิบดีได้ภายในกี่วัน
ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น โดยอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ
ถ้าตกลงค่าตอบแทนกันไม่ได้จะทำอย่างไร
ให้อธิบดีกำหนดค่าตอบแทน เงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตร และข้อจำกัดสิทธิตามที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควร ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ตัวบทวางไว้
หลักเกณฑ์ที่อธิบดีต้องใช้มีอะไรบ้าง
ขอบเขตและระยะเวลาที่อนุญาตต้องไม่เกินกว่าพฤติการณ์อันจำเป็น ผู้ทรงสิทธิบัตรยังมีสิทธิอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตรายอื่นใช้สิทธิได้ ผู้รับอนุญาตไม่มีสิทธิโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นเว้นแต่โอนกิจการหรือชื่อเสียงทางการค้าในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย การอนุญาตต้องมุ่งสนองความต้องการของประชาชนภายในราชอาณาจักรเป็นสำคัญ และค่าตอบแทนต้องเพียงพอตามพฤติการณ์แห่งกรณี
หน้านี้เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่หรือไม่
หน้านี้เป็นมาตราของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม เนื้อหาที่ใช้บังคับจริงจึงต้องอ่านจากฉบับหลักที่รวมการแก้ไขแล้ว
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง