⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 › มาตรา 111

มาตรา 111 พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

หมวด ๕ การใช้อสังหาริมทรัพย์
มาตรา ๑๑๑ ในกรณีที่ระบบโครงข่ายพลังงานตามมาตรา ๑๐๗ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการระบบโครงข่ายพลังงานก่อให้เกิดการรบกวนหรือเป็นอุปสรรคอย่างร้ายแรงต่อการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าของ ผู้มีสิทธิครอบครอง หรือผู้ทรงสิทธิอื่น อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงในวัตถุประสงค์ หรือวิธีการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์นั้น เมื่อเจ้าของ ผู้มีสิทธิครอบครอง หรือผู้ทรงสิทธิอื่นร้องขอ ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการเพื่อขจัดการรบกวนหรืออุปสรรคดังกล่าว เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะกระทบกระเทือนอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินการของผู้รับใบอนุญาตหรือดำเนินการได้อย่างยากยิ่งทางวิศวกรรม ในกรณีนี้ให้ผู้รับใบอนุญาตและเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครอง หรือผู้ทรงสิทธิอื่น ทำการตกลงกันเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อขจัดการรบกวนหรืออุปสรรคดังกล่าว โดยกำหนดเวลาซึ่งต้องดำเนินการ ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และวิธีการชำระค่าใช้จ่ายนั้น ในกรณีที่ไม่สามารถตกลงกันได้หรือในกรณีที่ได้ตกลงกันแล้วแต่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อตกลงได้ ให้ผู้รับใบอนุญาต เจ้าของ ผู้มีสิทธิครอบครอง หรือผู้ทรงสิทธิอื่น ยื่นคำร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อคณะกรรมการได้รับคำร้องขอ ให้ส่งสำเนาคำร้องขอดังกล่าวให้ผู้รับใบอนุญาตและเจ้าของ ผู้มีสิทธิครอบครอง หรือผู้ทรงสิทธิอื่นนั้น แล้วแต่กรณี ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ผู้รับสำเนาคำร้องขออาจแสดงความเห็นเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับสำเนาคำร้องขอ เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวให้คณะกรรมการชี้ขาดและแจ้งคำวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้รับใบอนุญาตและเจ้าของ ผู้มีสิทธิครอบครอง หรือผู้ทรงสิทธิอื่นทราบโดยไม่ชักช้า คำวินิจฉัยต้องระบุการดำเนินการเพื่อขจัดการรบกวนหรืออุปสรรคดังกล่าว กำหนดเวลาซึ่งต้องดำเนินการ ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และวิธีการชำระค่าใช้จ่ายนั้น เมื่อคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

สรุปมาตรา 111 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรานี้กำหนดวิธีแก้ปัญหาเมื่อระบบโครงข่ายพลังงานหรืออุปกรณ์ก่อให้เกิดการรบกวนหรือเป็นอุปสรรคอย่างร้ายแรงต่อการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หรือวิธีใช้ประโยชน์ โดยเมื่อเจ้าของหรือผู้ทรงสิทธิร้องขอ ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการขจัดการรบกวนนั้น เว้นแต่จะกระทบอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินการของผู้รับใบอนุญาตหรือทำได้ยากยิ่งทางวิศวกรรม ซึ่งกรณีนั้นให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรื่องวิธีการ กำหนดเวลา ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและวิธีชำระ ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด และคู่กรณีอุทธรณ์ได้ภายในหกสิบวัน โดยคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 111 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 111

สายส่งหรืออุปกรณ์พลังงานรบกวนการใช้ที่ดิน เจ้าของทำอะไรได้

ร้องขอให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการเพื่อขจัดการรบกวนหรืออุปสรรคนั้นได้ เมื่อการรบกวนเป็นอย่างร้ายแรงต่อการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงในวัตถุประสงค์หรือวิธีการใช้ประโยชน์

ถ้าผู้รับใบอนุญาตทำไม่ได้จะเป็นอย่างไร

ถ้าการดำเนินการจะกระทบกระเทือนอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินการของผู้รับใบอนุญาตหรือทำได้ยากยิ่งทางวิศวกรรม ให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเกี่ยวกับวิธีดำเนินการ กำหนดเวลา ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และวิธีการชำระค่าใช้จ่าย

ตกลงกันไม่ได้ต้องทำอย่างไร

ให้ยื่นคำร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด โดยคณะกรรมการต้องส่งสำเนาคำร้องให้อีกฝ่ายทราบภายในสามสิบวัน และผู้รับสำเนาอาจแสดงความเห็นเป็นหนังสือภายในสิบห้าวัน

อุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดได้หรือไม่

ได้ ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยชี้ขาด และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 107มาตรา 108มาตรา 109มาตรา 110มาตรา 112มาตรา 113มาตรา 114มาตรา 115

↑ ดูพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง