⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกสารบัญกฎหมายพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2486 › มาตรา 3

มาตรา 3 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2486

ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๓ ให้ยกเลิกข้อความตอน ๒ ของหมวดที่ ๓ และยกเลิกความในมาตรา ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒, ๑๓, ๑๔, ๑๕, ๑๖, ๑๗, และ ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช ๒๔๕๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ตอน ๒ การแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน การออกจากตำแหน่งของผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน “มาตรา ๙ ในหมู่บ้านหนึ่ง ให้มีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง และมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สุดแต่นายอำเภอจะเห็นสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่าหมู่บ้านละสองคน ผู้ใหญ่บ้านจะได้รับเงินเดือน แต่มิใช่จากเงินงบประมาณประเภทเงินเดือน” “มาตรา ๑๐ ผู้ใหญ่บ้านมีอำนาจหน้าที่ปกครองบรรดาราษฎรที่อยู่ในเขตหมู่บ้าน” “มาตรา ๑๑ ให้คณะกรมการอำเภอตั้งกรรมการไม่น้อยกว่าสามนาย โดยนายอำเภอเป็นประธาน มีหน้าที่สอบสวนคัดเลือกราษฎรซึ่งมีคุณสมบัติดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒ เป็นผู้ใหญ่บ้าน” “มาตรา ๑๒ ผู้มีสิทธิจะได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) เป็นชายมีสัญชาติไทย (๒) เป็นหรือเคยเป็นทหาร หรือตำรวจ ถ้าในท้องที่ใดไม่อาจเลือกผู้ที่เป็น หรือเคยเป็นทหารหรือตำรวจได้ ก็ให้เลือกบุคคลอื่นซึ่งมิใช่เป็นคนใช้หรือลูกจ้าง (๓) บรรลุนิติภาวะแล้ว และมีอายุไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์ (๔) มีภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำในหมู่บ้านนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน เว้นแต่ผู้ที่เป็นทหารหรือตำรวจ (๕) เป็นผู้เสื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ (๖) ไม่เป็นภิกษุสามเณร นักพรต หรือนักบวช (๗) ไม่เป็นผู้มีกายทุพลภาพ หรือไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือติดยาเสพติดให้โทษ หรือไม่เป็นโรคตามที่รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้กำหนด (๘) ไม่เป็นข้าราชการประจำการ หรือพนักงานเทศบาล หรือครูประชาบาล หรือสารวัตรศึกษา เว้นแต่ผู้ที่เป็นทหารหรือตำรวจ (๙) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี (๑๐) ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออกหรือปลดออกจากราชการฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือต้องรับอาญาจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุก เพราะกระทำความผิดฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต ฐานปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือลักทรัพย์ โดยยังไม่พ้นกำหนดเวลาสามปี นับแต่วันถูกไล่ออก ปลดออก หรือพ้นโทษ (๑๑) มีความรู้หนังสือไทยอ่านออกเขียนได้” “มาตรา ๑๓ เมื่อคณะกรรมการได้สอบสวนคัดเลือกผู้ใดจะให้เป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว ให้คณะกรมการอำเภอรายงานไปยังข้าหลวงประจำจังหวัด เมื่อข้าหลวงประจำจังหวัดพิจารณาเห็นสมควรก็ให้ออกหมายแต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้ใหญ่บ้าน” “มาตรา ๑๔ ผู้ใหญ่บ้านต้องออกจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) ขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒ (๒) ตาย (๓) ได้รับอนุญาตให้ลาออก (๔) ยุบหมู่บ้านที่ปกครอง (๕) ไปเสียจากหมู่บ้านที่ตนปกครองเกินกว่าสามเดือน (๖) ต้องรับอาญาจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดในลักษณะฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท (๗) ต้องถูกปลด หรือไล่ออกจากตำแหน่ง (๘) ข้าหลวงประจำจังหวัดสั่งให้ออกจากตำแหน่ง เพราะพิจารณาเห็นว่าบกพร่องในทางความประพฤติ หรือความสามารถไม่พอกับตำแหน่ง “มาตรา ๑๕ ให้ผู้ใหญ่บ้านและกำนันท้องที่ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกราษฎรซึ่งมีคุณสมบัติ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน” “มาตรา ๑๖ ผู้มีสิทธิจะได้รับคัดเลือกเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านต้องมีคุณสมบัติดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒ เว้นแต่ข้อ ๒ ข้อ ๘ และเป็นหญิงก็ได้” “มาตรา ๑๗ เมื่อผู้ใหญ่บ้านและกำนันพิจารณาคัดเลือกผู้ใดจะให้เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแล้ว ให้กำนันรายงานไปยังนายอำเภอ เมื่อนายอำเภอสอบสวนพิจารณาเห็นสมควรก็ให้ออกหมายแต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน” “มาตรา ๑๘ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี ถ้าตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้ผู้ใหญ่บ้านและกำนันพิจารณาคัดเลือกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านขึ้นแทนให้เต็มตำแหน่งที่ว่างอยู่ แต่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่เข้ามาแทนนั้น ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน เหตุที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจะต้องออกจากตำแหน่งนอกจากตามกำหนดวาระแล้ว จะต้องออกเพราะเหตุเช่นเดียวกับเหตุที่ผู้ใหญ่บ้านจะต้องออกจากตำแหน่งโดยอนุโลม””

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 3 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 1มาตรา 2มาตรา 4มาตรา 5มาตรา 6มาตรา 7

↑ ดูพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2486ทั้งหมด

🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง