มาตรา 48 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
หมวด ๕ การเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
มาตรา ๔๘ ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ให้ใช้ได้ตลอดไป แต่ถ้าผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ได้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว ใบสำคัญถิ่นที่อยู่นั้นเป็นอันใช้ไม่ได้ต่อไป
เว้นแต่ก่อนที่จะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ได้นำใบสำคัญถิ่นที่อยู่ไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำหลักฐานการแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีกตามมาตรา ๕๐ ในกรณีเช่นนี้ หากคนต่างด้าวผู้นั้นกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำหลักฐานให้
และไม่เป็นผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๔๔ ให้ใบสำคัญถิ่นที่อยู่นั้นคงใช้ได้ต่อไป บทบัญญัติในมาตรา ๑๒ เฉพาะความใน (๑) ในส่วนที่เกี่ยวกับการตรวจลงตราหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง และความใน (๒) (๓) และ (๔) มิให้นำมาใช้บังคับแก่กรณีตามวรรคหนึ่ง
สรุปมาตรา 48 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 กำหนดว่าใบสำคัญถิ่นที่อยู่ให้ใช้ได้ตลอดไป แต่ถ้าผู้ถือเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว ใบสำคัญถิ่นที่อยู่เป็นอันใช้ไม่ได้ต่อไป เว้นแต่ก่อนเดินทางออกได้นำใบสำคัญถิ่นที่อยู่ไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำหลักฐานการแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีกตามมาตรา 50 ซึ่งหากกลับเข้ามาภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ทำหลักฐาน และไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 12 หรือมาตรา 44 ให้ใบสำคัญถิ่นที่อยู่นั้นคงใช้ได้ต่อไป
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 48 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 48
ใบสำคัญถิ่นที่อยู่มีอายุเท่าใด
ใช้ได้ตลอดไป แต่จะสิ้นผลถ้าผู้ถือเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้ทำหลักฐานแจ้งออกไว้ก่อน
จะออกนอกประเทศแล้วกลับเข้ามาต้องทำอย่างไร
ต้องนำใบสำคัญถิ่นที่อยู่ไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำหลักฐานการแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีกตามมาตรา 50 ก่อนเดินทางออก
ต้องกลับเข้ามาภายในกี่ปี
ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำหลักฐานให้ และต้องไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 12 หรือมาตรา 44
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง