⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562 › มาตรา 32

มาตรา 32 พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562

หมวด ๕ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุและการถอนสภาพที่ราชพัสดุ
มาตรา ๓๒ ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ซึ่งได้มาจากการบริจาคหรือมีผู้อุทิศให้ หากไม่ได้นำที่ราชพัสดุนั้นไปใช้ประโยชน์ภายในระยะเวลาที่ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้กำหนดหรือภายในห้าปีนับแต่วันที่มีการบริจาคหรืออุทิศให้ ให้ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้หรือทายาทมีสิทธิขอคืนที่ดินนั้น การขอคืนตามวรรคหนึ่ง ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้หรือทายาทต้องขอคืนต่อกระทรวงการคลังภายในห้าปีนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง โดยยื่นคำร้องขอตามแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

สรุปมาตรา 32 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรานี้ให้สิทธิผู้บริจาคหรือผู้อุทิศที่ราชพัสดุ หรือทายาท ขอคืนที่ดินได้ ถ้าไม่ได้นำที่ราชพัสดุนั้นไปใช้ประโยชน์ภายในระยะเวลาที่ผู้บริจาคกำหนด หรือภายในห้าปีนับแต่วันที่มีการบริจาค โดยต้องขอคืนต่อกระทรวงการคลังภายในห้าปีนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ตามแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 32 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 32

บริจาคที่ดินให้รัฐแล้วขอคืนได้หรือไม่

ได้ ถ้าไม่ได้นำที่ราชพัสดุนั้นไปใช้ประโยชน์ภายในระยะเวลาที่ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้กำหนด หรือภายในห้าปีนับแต่วันที่มีการบริจาคหรืออุทิศให้

ใครมีสิทธิขอคืน

ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้ หรือทายาท

ต้องขอคืนภายในเมื่อใด และขอที่ไหน

ขอคืนต่อกระทรวงการคลังภายในห้าปีนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง โดยยื่นคำร้องขอตามแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

ที่ราชพัสดุทุกประเภทขอคืนได้หรือไม่

ไม่ทุกประเภท ตัวบทใช้กับที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ซึ่งได้มาจากการบริจาคหรือมีผู้อุทิศให้

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 28มาตรา 29มาตรา 30มาตรา 31มาตรา 33มาตรา 34มาตรา 35มาตรา 36

↑ ดูพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง