มาตรา 6 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559
มาตรา ๖ ในกรณีมีปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีค้ามนุษย์หรือไม่ ให้ประธานศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด แต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่ได้กระทำไปก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยนั้น การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาตามวรรคหนึ่ง
ต้องกระทำอย่างช้าในวันตรวจพยานหลักฐานหรือวันสืบพยานในกรณีไม่มีการตรวจพยานหลักฐาน หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ห้ามมิให้มีการขอให้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีก และเมื่อได้รับคำขอจากศาลชั้นต้นแล้ว ให้ประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยและแจ้งผลไปยังศาลชั้นต้นโดยเร็ว เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
การดำเนินการใด ๆ ระหว่างศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ตามมาตรานี้ จะดำเนินการโดยทางโทรสารหรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นใดก็ได้
สรุปมาตรา 6 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 กำหนดว่าในกรณีมีปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีค้ามนุษย์หรือไม่ ให้ประธานศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัย และคำวินิจฉัยให้เป็นที่สุด แต่ไม่กระทบถึงกระบวนพิจารณาที่ได้กระทำไปก่อนมีคำวินิจฉัย ทั้งนี้การขอให้วินิจฉัยต้องกระทำอย่างช้าในวันตรวจพยานหลักฐานหรือวันสืบพยานในกรณีไม่มีการตรวจพยานหลักฐาน หากพ้นกำหนดแล้วห้ามขอให้วินิจฉัยอีก และการดำเนินการระหว่างศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์จะทำโดยโทรสารหรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นก็ได้
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 6 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 6
ใครวินิจฉัยว่าคดีใดเป็นคดีค้ามนุษย์
ประธานศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัย และคำวินิจฉัยให้เป็นที่สุด
ต้องขอให้วินิจฉัยภายในเมื่อใด
อย่างช้าในวันตรวจพยานหลักฐาน หรือวันสืบพยานในกรณีไม่มีการตรวจพยานหลักฐาน หากพ้นกำหนดแล้วห้ามขอให้วินิจฉัยอีก
กระบวนพิจารณาที่ทำไปแล้วเสียไปหรือไม่
ไม่ คำวินิจฉัยไม่กระทบถึงกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่ได้กระทำไปก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยนั้น
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง