มาตรานี้กำหนดว่าหน่วยงานของรัฐซึ่งทำความตกลงกับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดตามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง และหน่วยงานของรัฐส่วนกลางตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง มีหน้าที่ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบที่จัดซื้อจัดจ้างมา และวางเงื่อนไขการโอนให้หน่วยงานอื่นว่าจะทำได้เมื่อหน่วยงานผู้รับโอนมีบุคลากรรองรับ มีความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับหน่วยงานผู้โอน และได้รับความเห็นชอบจาก ก.บ.จ. หรือ ก.บ.ก. โดยไม่ต้องใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ทั้งต้องแจ้งการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กรมธนารักษ์ทราบ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 44 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณหน่วยงานของรัฐซึ่งทำความตกลงกับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดตามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง และหน่วยงานของรัฐส่วนกลางตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง มีหน้าที่ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบนั้น
ทำได้เมื่อหน่วยงานที่รับโอนมีบุคลากรในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์ ได้ทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้กับหน่วยงานผู้โอน และได้รับความเห็นชอบจาก ก.บ.จ. หรือ ก.บ.ก.
ไม่ต้อง ตัวบทกำหนดว่ามิให้นำระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมาใช้บังคับกับการโอนตามมาตรานี้
ต้องแจ้งการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กรมธนารักษ์ทราบด้วย ตามที่ตัวบทกำหนดไว้ท้ายมาตรา
↑ ดูพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)