มาตรา 51 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553
ลักษณะ ๓ ข้าราชการอัยการ
มาตรา ๕๑ ผู้สมัครทดสอบความรู้ตามมาตรา ๔๙ ต้องมีคุณวุฒิและได้ประกอบวิชาชีพ ดังต่อไปนี้ (๑) สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (๒) มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (ก) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศโดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.อ.
เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือสอบไล่ได้ปริญญาเอกทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ซึ่ง ก.อ. รับรอง (ข) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศโดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี ซึ่ง ก.อ. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๐ (๓) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (ค) สอบไล่ได้นิติศาสตรบัณฑิต และสอบไล่ได้ชั้นเกียรตินิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาและได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๐ (๓) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (ง)
สอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ซึ่ง ก.อ. รับรองและได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๐ (๓) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (จ) เป็นนิติศาสตรบัณฑิตชั้นเกียรตินิยมและได้ประกอบวิชาชีพเป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมายในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่ง ก.อ. รับรองเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี (ฉ)
เป็นนิติศาสตรบัณฑิตและเป็นข้าราชการฝ่ายอัยการที่ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายในตำแหน่งตามที่ ก.อ. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกปี และอัยการสูงสุดรับรองว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถดีและมีความประพฤติดีเป็นที่ไว้วางใจว่าจะปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการอัยการได้ (ช)
สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกในสาขาวิชาที่ ก.อ. กำหนดและเป็นนิติศาสตรบัณฑิต และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๐ (๓) หรือได้ประกอบวิชาชีพตามที่ ก.อ. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี (ซ) สอบไล่ได้ปริญญาตรีหรือที่ ก.อ. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาวิชาที่ ก.อ. กำหนด และได้ประกอบวิชาชีพตามที่
ก.อ. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปีจนมีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพนั้นและเป็นนิติศาสตรบัณฑิต เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ ในการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการในแต่ละครั้ง สำนักงานอัยการสูงสุดโดยความเห็นชอบของ ก.อ. อาจกำหนดให้รับสมัครเฉพาะผู้มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างตาม
(๒) ก็ได้ ให้ ก.อ. มีอำนาจออกระเบียบกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพตาม (๒) (จ) (ฉ) (ช) และ (ซ) ด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการสมัครทดสอบความรู้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.อ. กำหนด
สรุปมาตรา 51 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้กำหนดคุณวุฒิและการประกอบวิชาชีพของผู้สมัครทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการตามที่ตัวบทอ้างถึง โดยต้องสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และต้องมีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนด เช่น สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศหลักสูตรไม่น้อยกว่าสามปีซึ่ง ก.อ. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือปริญญาเอกทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยซึ่ง ก.อ. รับรอง หรือคุณวุฒิอื่นที่ต้องประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น นิติศาสตรบัณฑิตชั้นเกียรตินิยมพร้อมประสบการณ์หนึ่งปี ปริญญาโททางกฎหมายพร้อมประสบการณ์หนึ่งปี นิติศาสตรบัณฑิตชั้นเกียรตินิยมที่เป็นอาจารย์สอนกฎหมายไม่น้อยกว่าห้าปี นิติศาสตรบัณฑิตที่เป็นข้าราชการฝ่ายอัยการซึ่งประกอบวิชาชีพทางกฎหมายไม่น้อยกว่าหกปีและอัยการสูงสุดรับรองความประพฤติ หรือผู้มีปริญญาในสาขาที่ ก.อ. กำหนดพร้อมประสบการณ์วิชาชีพตามที่กำหนด
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 51 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 51
สมัครสอบเป็นอัยการต้องจบเนติบัณฑิตหรือไม่
ต้องสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และต้องมีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ตัวบทกำหนดเพิ่มเติมด้วย
จบปริญญาโททางกฎหมายในไทยสมัครได้ไหม
ได้ ถ้าเป็นปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยซึ่ง ก.อ. รับรอง และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ตัวบทอ้างถึงเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
อาจารย์สอนกฎหมายสมัครได้หรือไม่
ได้ ถ้าเป็นนิติศาสตรบัณฑิตชั้นเกียรตินิยม และประกอบวิชาชีพเป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมายในสถาบันอุดมศึกษาซึ่ง ก.อ. รับรอง เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
ไม่ได้จบนิติศาสตร์โดยตรงสมัครได้ไหม
ตัวบทกำหนดให้ผู้มีปริญญาในสาขาที่ ก.อ. กำหนดต้องเป็นนิติศาสตรบัณฑิตด้วย และมีประสบการณ์วิชาชีพตามระยะเวลาที่กำหนด
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง