มาตรา 42 พระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2547
หมวด ๕ การควบคุมการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
มาตรา ๔๒ เมื่อคณะกรรมการได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวนแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาสำนวนการสอบสวนและความเห็นดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวน
คณะกรรมการอาจให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมก่อนวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้และให้นำความในมาตรา ๓๘ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม คณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ (๒) ว่ากล่าวตักเตือน (๓) ภาคทัณฑ์ (๔)
พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินสองปี (๕) เพิกถอนใบอนุญาต ภายใต้บังคับมาตรา ๒๗ คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการตามมาตรานี้ ให้ทำเป็นคำสั่งสภาเทคนิคการแพทย์พร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาด และให้ถือเป็นที่สุด
สรุปมาตรา 42 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
เมื่อคณะกรรมการได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวน ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน โดยอาจให้สอบสวนเพิ่มเติมก่อนวินิจฉัยก็ได้ และมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง คือยกข้อกล่าวหา ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตไม่เกินสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต โดยคำวินิจฉัยให้ทำเป็นคำสั่งสภาเทคนิคการแพทย์พร้อมเหตุผลและถือเป็นที่สุด
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 42 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 42
คณะกรรมการต้องพิจารณาสำนวนสอบสวนภายในกี่วัน
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวน
โทษทางวิชาชีพมีอะไรบ้าง
ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาต
พักใช้ใบอนุญาตได้นานเท่าใด
มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินสองปี
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ต่อได้ไหม
คำวินิจฉัยชี้ขาดให้ทำเป็นคำสั่งสภาเทคนิคการแพทย์พร้อมเหตุผล และให้ถือเป็นที่สุด
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2547ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง