มาตรา 47 พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565
หมวด ๒ กระบวนการพิจารณาคดีความผิดทางพินัย
มาตรา ๔๗ บรรดาความผิดอาญาที่เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หากมีการบันทึกประวัติอาชญากรรมของบุคคลผู้กระทำความผิดหรือมีการบันทึกไว้ในฐานะเป็นประวัติอาชญากรรม ให้ประวัตินั้นเป็นอันสิ้นผล และจะนำไปใช้ยันบุคคลนั้นในทางที่เป็นโทษมิได้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๓๔
ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่และอำนาจจัดทำหรือจัดเก็บประวัติอาชญากรรมตามวรรคหนึ่งลบข้อมูลความผิดทางอาญาที่เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัยของบุคคลที่ถูกบันทึกในประวัติอาชญากรรมสำหรับความผิดนั้น ให้แล้วเสร็จภายในสามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันที่ความผิดอาญานั้นเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย
สรุปมาตรา 47 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรา 47 กำหนดว่าบรรดาความผิดอาญาที่เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หากมีการบันทึกประวัติอาชญากรรมของผู้กระทำความผิดไว้ ให้ประวัตินั้นเป็นอันสิ้นผลและจะนำไปใช้ยันบุคคลนั้นในทางที่เป็นโทษมิได้ และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 34 ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่จัดทำหรือจัดเก็บประวัติอาชญากรรมลบข้อมูลความผิดดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันที่ความผิดอาญานั้นเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 47 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 47
ความผิดที่เปลี่ยนเป็นพินัยยังติดประวัติอาชญากรรมหรือไม่
ไม่ ให้ประวัตินั้นเป็นอันสิ้นผล และจะนำไปใช้ยันบุคคลนั้นในทางที่เป็นโทษมิได้
หน่วยงานต้องลบประวัติภายในกี่วัน
ภายในสามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันที่ความผิดอาญานั้นเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย
ใครมีหน้าที่ลบข้อมูล
หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่และอำนาจจัดทำหรือจัดเก็บประวัติอาชญากรรม
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง