มาตรา 4 พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “การฝึกอาชีพ” หมายความว่า การให้หรือเพิ่มพูนความรู้ ฝีมือและทัศนคติที่จะทำให้ผู้รับการฝึกสามารถทำงานในสาขาอาชีพที่รับการฝึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีการเรียกค่าฝึกหรือค่าตอบแทน “สถานฝึกอาชีพ” หมายความว่า สถานที่ที่ผู้ดำเนินการฝึกจัดให้มีการฝึกอาชีพแก่ผู้รับการฝึก
“ผู้ดำเนินการฝึก” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนให้ดำเนินการฝึกอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ “ผู้รับการฝึก” หมายความว่า ผู้ซึ่งเข้ารับการฝึกอาชีพจากผู้ดำเนินการฝึก “การฝึกเพื่อยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน” หมายความว่า การที่นายจ้างจัดให้ลูกจ้างได้ฝึกอบรมเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลูกจ้างได้มีความรู้
ความสามารถและทักษะที่สูงขึ้นในสาขางานที่ปฏิบัติอยู่ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้รับค่าจ้างด้วยตนเองหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน “นายจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้
และให้รวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล หมายความว่า ผู้ซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้น และให้รวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนผู้ซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลด้วย “ผู้ฝึก” หมายความว่า ผู้ซึ่งทำหน้าที่ฝึกผู้รับการฝึก “หลักสูตร” หมายความว่า
หัวข้อวิชาหรือขั้นตอนในการฝึกผู้รับการฝึกตามประเภทสาขาอาชีพที่ผู้ดำเนินการฝึกหรือผู้ดำเนินการฝึกร่วมกับสถานศึกษากำหนดขึ้น “สัญญาการฝึก” หมายความว่า สัญญาซึ่งผู้ดำเนินการฝึกได้ทำเป็นหนังสือกับผู้รับการฝึกหรือสถานศึกษา “ผู้สำเร็จการฝึก” หมายความว่า
ผู้รับการฝึกซึ่งได้รับหนังสือรับรองจากผู้ดำเนินการฝึกว่าได้ผ่านการฝึกอาชีพตามหลักสูตรแล้ว “นายทะเบียน” หมายความว่า อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการฝึกอาชีพ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี”
หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 4 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง