มาตรา 35 พระราชบัญญัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ. 2551
หมวด ๕ บทกำหนดโทษ
มาตรา ๓๕ ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกา ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ มติ ก.ต.ช. หรือมติ ก.ตร. ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๑๗
และพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ใช้อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับมาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกา ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๔๔ โดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้การศึกษาอบรมแก่ข้าราชการตำรวจ และต่อมามีการตราพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๑๗
เพื่อกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้ได้รับปริญญาเช่นเดียวกับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่น แต่โดยที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจประสบปัญหาความไม่คล่องตัวในการจัดการศึกษา และการบริหารด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการผลิตบุคลากรในวิชาชีพตำรวจ ดังนั้น
เพื่อให้โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามารถพัฒนาระบบบริหารและการจัดการศึกษาเฉพาะทางที่มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
สมควรกำหนดสถานภาพของโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้เป็นสถานศึกษาเฉพาะทางด้านวิชาชีพตำรวจที่จัดการศึกษาระดับปริญญา มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตบุคลากรในวิชาชีพตำรวจตามความต้องการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน ทำการวิจัย ทำการฝึกอบรม และให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
โดยเน้นทักษะความเชี่ยวชาญด้านการใช้บังคับกฎหมายและวิชาชีพตำรวจเป็นสำคัญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 35 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ. 2551ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง