มาตรา 33 พระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522
ภาค ๑ คณะกรรมการกฤษฎีกา · หมวด ๓ กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
มาตรา ๓๓ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
ให้ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกามีอำนาจกำหนดระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีการส่งคำร้องทุกข์และการพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์และระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยเรื่องอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์และคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคได้
ทั้งนี้ เมื่อได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว ระเบียบตามวรรคหนึ่งเฉพาะที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ การส่งหนังสือหรือเอกสารของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ต่อบุคคลภายนอก และการอื่น ๆ ที่กำหนดสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ร้องทุกข์
เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ อำนาจของประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมอบให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาปฏิบัติราชการแทนก็ได้โดยทำเป็นหนังสือ
สรุปมาตรา 33 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้ให้ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกามีอำนาจกำหนดระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ทั้งว่าด้วยวิธีการส่งคำร้องทุกข์ การพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ และเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ โดยต้องปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่ก่อน พร้อมกำหนดว่าระเบียบบางประเภทต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 33 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 33
ใครมีอำนาจกำหนดระเบียบเรื่องการร้องทุกข์
ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยต้องปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่ก่อน
ระเบียบประเภทใดต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงใช้บังคับได้
ระเบียบเฉพาะที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ การส่งหนังสือหรือเอกสารของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ต่อบุคคลภายนอก และการอื่น ๆ ที่กำหนดสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ร้องทุกข์
ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกามอบอำนาจนี้ให้ผู้อื่นได้หรือไม่
ได้ โดยมอบให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาปฏิบัติราชการแทน และต้องทำเป็นหนังสือ
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง