มาตรานี้กำหนดผลของการวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์สองกรณี กรณีแรกคือถ้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เห็นว่าเรื่องนั้นไม่อยู่ในอำนาจตามมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๐ ให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาสั่งจำหน่ายเรื่องร้องทุกข์นั้น แต่ถ้ากรรมการที่ประกอบเป็นองค์คณะหรือเลขาธิการเห็นว่ามีปัญหาอันควรแก่การรับไว้พิจารณา จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เพื่อพิจารณาโดยที่ประชุมใหญ่ก็ได้ กรณีที่สองคือถ้าเป็นที่สงสัยว่ามีการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือมีมูลความผิดทางอาญาหรือทางวินัย ให้แจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ พนักงานสอบสวน หรือผู้บังคับบัญชาของผู้ต้องสงสัยทราบเพื่อดำเนินการต่อไป
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 38 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาสั่งจำหน่ายเรื่องร้องทุกข์นั้น
มี ถ้ากรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ที่ประกอบเป็นองค์คณะ หรือเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่ากรณีมีปัญหาอันควรแก่การรับไว้พิจารณา จะเสนอเรื่องนั้นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เพื่อพิจารณาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ก็ได้
ให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์แจ้งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ พนักงานสอบสวน หรือผู้บังคับบัญชาของบุคคลที่ต้องสงสัยทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป แล้วแต่กรณี
↑ ดูพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)