มาตรา 17 พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561
มาตรา ๑๗ ในกรณีที่ผู้ประกันตนตามมาตรา ๘ ถึงแก่ความตาย ให้จ่ายเงินซึ่งเป็นประโยชน์ทดแทนในกรณีตายโดยจ่ายเป็นเงินค่าทำศพในอัตราห้าหมื่นบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลาสิบสองเดือนก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน ผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายเพราะอุบัติเหตุ
หากจ่ายเงินสมทบไม่ครบตามเงื่อนไขที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตายด้วย ต่อเมื่อภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน การจ่ายเงินค่าทำศพให้จ่ายแก่บุคคลตามลำดับ ดังต่อไปนี้ (๑)
บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้จัดการศพและได้เป็นผู้จัดการศพผู้ประกันตน (๒) สามีภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตน ซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการศพผู้ประกันตน (๓) บุคคลอื่นซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการศพผู้ประกันตน
ในกรณีที่ผู้ประกันตนซึ่งได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพถึงแก่ความตาย ให้จ่ายเงินซึ่งเป็นประโยชน์ทดแทนในกรณีตายตามวรรคหนึ่งด้วย ในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพนั้นอยู่ในข่ายที่จะได้รับเงินค่าทำศพกรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายในฐานะที่เป็นผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
และในฐานะที่เป็นผู้ประกันตนซึ่งได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพตามวรรคสี่ในเวลาเดียวกัน ให้มีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองเพียงทางเดียว
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 17 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง