มาตรา 17 พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 (ยกเลิก)
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๗ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ท้องที่ใดท้องที่หนึ่งเป็นเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ เมื่อได้มีประกาศของนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งแล้ว (๑) ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากผู้ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เข้าไปในเขตนั้น (๒)
ให้ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตนั้นอยู่แล้วในวันที่นายกรัฐมนตรีประกาศตามความในวรรคหนึ่งออกไปจากเขตนั้นภายในกำหนดเวลาที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ประกาศกำหนด ทั้งนี้ เว้นแต่บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้อยู่อาศัยได้
หนังสืออนุญาตให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่เมื่อมีเหตุอันสมควร ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จะเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้ การออกหนังสืออนุญาตให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่
การเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ การประกาศให้บุคคลที่อาศัยอยู่ในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ออกไปจากเขตนั้นตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการให้บุคคลผู้ต้องออกไปจากเขตที่นายกรัฐมนตรีประกาศตามวรรคหนึ่งได้มีที่อยู่อาศัยและได้รับค่าทดแทนตามที่นายกรัฐมนตรีจะเห็นสมควร ผู้ใด โดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
เข้าไปในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ตามวรรคหนึ่งอันเป็นการฝ่าฝืน (๑) หรือผู้ใดซึ่งอาศัยอยู่ในเขตดังกล่าวอยู่แล้วในวันที่นายกรัฐมนตรีประกาศเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ตามวรรคหนึ่ง ไม่ออกไปจากเขตนั้นภายในกำหนดเวลาที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ประกาศกำหนด
อันเป็นการไม่ปฏิบัติตาม (๒) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๗ ทวิ ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อกำหนดมาตรการและดำเนินการควบคุมการครอบครองและหรือการจำหน่ายข้าว อาหาร ยา เครื่องอุปโภคบริโภคอย่างอื่นและสิ่งอื่นใดในท้องที่ใดท้องที่หนึ่งซึ่งอยู่ในเขตอำนาจหน้าที่ของตน
เพื่อมิให้สิ่งเหล่านั้นเป็นประโยชน์แก่องค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์หรือเพื่อมิให้เกิดความเดือนร้อนแก่ประชาชน ให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ระบุชนิด ประเภทของข้าว อาหาร ยา เครื่องอุปโภคบริโภคอย่างอื่นและสิ่งอื่นใด ให้เป็นสิ่งของควบคุม (๒)
วางระเบียบเกี่ยวกับการส่งออกไปนอกหรือนำเข้ามาในท้องที่ดังกล่าวซึ่งสิ่งของควบคุมตาม (๑) (๓) ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้จำหน่ายสิ่งของควบคุมแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บสิ่งของควบคุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (๔)
ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้จำหน่ายสิ่งของควบคุมแจ้งสถิติหรือบัญชีการจำหน่ายสิ่งของควบคุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (๕) วางเงื่อนไขในการจำหน่ายสิ่งของควบคุม การกำหนดมาตรการตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของคณะกรรมการปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอและที่เปิดเผยตามชุมชนทั่วไปในท้องที่ที่เกี่ยวข้อง
กับต้องประกาศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสี่สิบแปดชั่วโมง ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตามมาตรานี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๗ ตรี คณะกรรมการตามมาตรา ๑๗ ทวิ มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นใด ให้ช่วยเหลือปฏิบัติการอันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือในบริเวณท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง แทนคณะกรรมการได้ ในการปฏิบัติการติดต่อกับบุคคลภายนอก ให้อนุกรรมการ
พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง แสดงบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือแสดงหลักฐานอย่างอื่นต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือติดเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์กำหนด
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๗ จัตวา กรรมการ อนุกรรมการ หรือเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป หรือพนักงานปกครอง ๓ ขึ้นไป หรือนายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรีขึ้นไป ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๗ ทวิ หรือมาตรา ๑๗ ตรี มีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) สั่งเป็นหนังสือให้บุคคลใด ๆ
มาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาว่าได้มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๗ ทวิ หรือไม่ (๒) เข้าไปในสถานที่หรือเคหสถานของบุคคลใดในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงหรือเพื่อตรวจสอบเอกสารใด ๆ
เพื่อให้ทราบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๗ ทวิ หรือไม่ ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ ตาม (๑) หรือขัดขวาง หรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการของกรรมการหรือบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินสามพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๗ เบญจ ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า สิ่งของควบคุมที่เป็นกรรมสิทธิ์ หรืออยู่ในความครอบครองของบุคคลใด ๆ เจ้าของหรือผู้ครอบครองมีเจตนานำไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่องค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์
หรือในกรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองได้เก็บสิ่งของควบคุมไว้โดยไม่มีเหตุอันสมควรอันอาจทำให้เกิดการขาดแคลนสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนในท้องที่ คณะกรรมการมีอำนาจสั่งยึดสิ่งของควบคุมนั้น ๆ ได้ เมื่อคณะกรรมการสั่งยึดสิ่งของควบคุมตามวรรคหนึ่ง
ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือไปยังเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งของควบคุมดังกล่าวทราบ หรือในกรณีไม่ปรากฏตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง หรือปรากฏตัวเจ้าของหรือผู้ครอบครอง แต่ไม่มีผู้ใดยอมรับหนังสือสั่ง ให้เจ้าหน้าที่ปิดคำสั่งของคณะกรรมการไว้ ณ สถานที่เก็บสิ่งของควบคุมนั้น
โดยให้ปิดต่อหน้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจอย่างน้อยหนึ่งคน และให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งของควบคุมได้ทราบคำสั่งแล้ว เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งของควบคุมที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้ยึดตามวรรคหนึ่ง จะยื่นคำร้องขอต่อศาลจังหวัดหรือศาลแพ่ง ที่สถานที่เก็บสิ่งของควบคุมอยู่ในเขตอำนาจ
เพื่อขอพิสูจน์ว่าตนได้ครอบครองสิ่งของควบคุมนั้นไว้โดยสุจริตตามจำนวนที่สมควรแก่ความจำเป็นในการใช้สอย หรือดำเนินธุรกิจโดยปกติและทั้งไม่เป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนดแต่อย่างใดก็ได้ คำร้องขอพิสูจน์จะต้องกระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งหรือวันที่เจ้าหน้าที่ปิดคำสั่ง
แล้วแต่กรณี ถ้าไม่ยื่นคำร้องขอพิสูจน์ภายในเวลาดังกล่าว ให้สิ่งของควบคุมนั้นตกเป็นของแผ่นดิน ในกรณีศาลเห็นว่าพยานหลักฐานควรเชื่อได้ว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองสุจริต ให้ศาลมีอำนาจสั่งคืนสิ่งของควบคุมให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ทั้งนี้
เท่าที่บุคคลนั้นจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจำนวนที่สมควรแก่ความจำเป็นในการใช้สอยหรือดำเนินธุรกิจโดยปกติ แต่ถ้าศาลเห็นว่าบุคคลผู้ร้องขอไม่สามารถพิสูจน์ได้ ให้ศาลสั่งให้สิ่งของควบคุมนั้นตกเป็นของแผ่นดิน
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๗ ฉ ถ้าสิ่งของควบคุมที่คณะกรรมการสั่งยึดตามมาตรา ๑๗ เบญจ เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหาย หรือจะเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาเกินสมควร คณะกรรมการจะจัดการขายทอดตลาดสิ่งของควบคุมนั้นก็ได้
ได้เงินจำนวนสุทธิเท่าใดให้ยึดเงินนั้นไว้แทนหรือในกรณีจำเป็นคณะกรรมการจะนำสิ่งของควบคุมนั้นออกแจกจ่ายบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนก็ได้ แต่ถ้าต้องชดใช้ค่าสิ่งของควบคุมนั้นให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ให้สำนักนายกรัฐมนตรีชดใช้ค่าสิ่งของควบคุมนั้นตามราคาตลาด ราคาตลาดตามวรรคหนึ่ง
ให้คำนวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๗ สัตต ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าพนักงานสอบสวนเห็นว่า ผู้ต้องหาคนใดได้กระทำความผิดดังกล่าวเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือมีเหตุที่ไม่สมควรดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคนใด ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนสำหรับผู้ต้องหาคนนั้น
พร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีเขตอำนาจเหนือท้องที่ที่มีการสอบสวน ถ้าผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ตามวรรคหนึ่ง เห็นชอบด้วยกับความเห็นของพนักงานสอบสวนว่าไม่สมควรดำเนินคดีกับผู้ต้องหา
ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติแทนการถูกฟ้องคดี โดยให้ผู้ต้องหาดังกล่าวเข้ารับการอบรม ณ สถานที่ที่กำหนดเป็นเวลาไม่เกินหกเดือน และจะกำหนดเงื่อนไขให้มารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นครั้งคราวตามที่กำหนดภายหลังการอบรมแล้วด้วยก็ได้
แต่จะกำหนดระยะเวลาที่ให้มารายงานตัวเกินหนึ่งปีไม่ได้ การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติแทนการฟ้องคดีตามวรรคสอง จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ต้องหายินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขแล้ว และเมื่อผู้ต้องหาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว จะฟ้องผู้ต้องหาสำหรับการกระทำที่ต้องหานั้นอีกไม่ได้
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๗ อัฐ ในกรณีที่ผู้ต้องหาปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๑๗ สัตต วรรคสอง ไม่ครบถ้วน ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ส่งสำนวนพร้อมกับตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
แต่ถ้าผู้ต้องหามิได้อยู่ในความควบคุมของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ส่งสำนวนพร้อมทั้งแจ้งให้พนักงานสอบสวนทำการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อได้รับหรือจับผู้ต้องหาไว้ตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อดำเนินการต่อไปตามวรรคหนึ่งได้ ระยะเวลาการควบคุมผู้ต้องหาให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยให้เริ่มนับระยะเวลาควบคุมตั้งแต่วันที่ได้รับหรือจับผู้ต้องหาได้เป็นต้นไป
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 17 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 (ยกเลิก)ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง