ℹ️ เอกสารต้นทางรวมกฎหมายหลายฉบับไว้ด้วยกัน จึงมีมาตรา 23 มากกว่าหนึ่งฉบับ — ด้านล่างแยกตามฉบับให้แล้ว โดยเรียงฉบับหลักไว้ก่อน
หน้านี้รวมข้อความสองส่วนที่ใช้เลขมาตรา ๒๓ ส่วนแรกกำหนดว่าผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบต้องมีหลักฐานแสดงได้ว่าเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว โรงเรียนจะได้รับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน หรือสิทธิเหนือพื้นดินหรือสิทธิเก็บกินที่มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี หรือสิทธิการเช่าที่มีสัญญาเช่าไม่น้อยกว่าสิบปี แต่ถ้าที่ดินเป็นของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ วัดตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ หรือองค์กรทางศาสนาอื่น จะแสดงหลักฐานการอนุญาตให้ใช้ที่ดินอย่างอื่นที่มิใช่สัญญาเช่า หรือสัญญาเช่าที่มีระยะเวลาน้อยกว่าสิบปีก็ได้ โดยที่ดินต้องมีขนาดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ส่วนที่สองเป็นบทเฉพาะกาลให้โรงเรียนในระบบที่ไม่เคยส่งเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ยื่นคำขอต่อรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เพื่อขอยกเว้นการดำเนินการตามมาตรา ๗๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 23 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณต้องมีหลักฐานว่าโรงเรียนจะได้รับโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน หรือสิทธิเหนือพื้นดินหรือสิทธิเก็บกินที่มีกำหนดไม่น้อยกว่าสิบปี หรือสิทธิการเช่าที่มีสัญญาเช่าไม่น้อยกว่าสิบปี
ไม่ ถ้าเป็นที่ดินของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ วัด หรือองค์กรทางศาสนาอื่น จะแสดงหลักฐานการอนุญาตให้ใช้ที่ดินอย่างอื่นที่มิใช่สัญญาเช่า หรือสัญญาเช่าที่มีระยะเวลาน้อยกว่าสิบปีก็ได้
เพราะหน้านี้รวมมาตรา ๒๓ ว่าด้วยหลักฐานสิทธิในที่ดินของผู้ขอจัดตั้งโรงเรียนในระบบ ไว้กับบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งใช้เลขมาตรา ๒๓ เช่นกัน และให้โรงเรียนที่ไม่เคยส่งเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ยื่นคำขอต่อรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
↑ ดูพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)