มาตรา 6 พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นส่วนที่ ๓ กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา มาตรา ๕๐/๑ มาตรา ๕๐/๒ มาตรา ๕๐/๓ มาตรา ๕๐/๔ มาตรา ๕๐/๕ มาตรา ๕๐/๖ มาตรา ๕๐/๗ มาตรา ๕๐/๘ มาตรา ๕๐/๙ มาตรา ๕๐/๑๐ มาตรา ๕๐/๑๑ มาตรา ๕๐/๑๒ มาตรา ๕๐/๑๓ มาตรา ๕๐/๑๔ มาตรา ๕๐/๑๕ มาตรา ๕๐/๑๖ มาตรา ๕๐/๑๗ มาตรา ๕๐/๑๘ มาตรา ๕๐/๑๙ มาตรา
๕๐/๒๐ มาตรา ๕๐/๒๑ และมาตรา ๕๐/๒๒ ของหมวด ๖ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ “ส่วนที่ ๓ กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา มาตรา ๕๐/๑ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” ในสำนักงานปลัดกระทรวง
มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาตามความต้องการของประเทศ และด้านการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ พัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมร่วมกับนักวิชาการ สถาบันวิชาการ และองค์กรชั้นนำของโลก ส่งเสริมการเชื่อมโยงการเรียนการสอน การวิจัย
และการสร้างนวัตกรรมกับสถานประกอบการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมทั้งสนับสนุนการใช้ความรู้ในการพัฒนาสมรรถนะของชุมชนและสังคม ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มบนฐานทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ และมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑)
จัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาซึ่งรัฐมนตรีประกาศจัดเป็นกลุ่มตามมาตรา ๒๔ (๒) สนับสนุนการปฏิรูปการอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับหลักการและแนวทางตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น (๓) ส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานการอุดมศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ (๔)
พัฒนาระบบการเรียนรู้ไปสู่การเรียนรู้ที่ตอบสนองการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ให้เข้าถึงการอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ ทุกที่ทุกเวลา ในค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ (๕) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพ สมรรถนะ รวมถึงทักษะในการถ่ายทอดความรู้ของคณาจารย์ให้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมไทย
(๖) ส่งเสริมการจัดการศึกษาร่วมระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงสถาบันวิชาการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงาน รวมทั้งพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้แก่ผู้เรียน (๗)
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งการผลิตและพัฒนากำลังคนระดับสูงเฉพาะทาง (๘) สนับสนุนเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันอุดมศึกษาในกิจการที่ตรงกับความต้องการของประเทศ (๙) สนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถด้านอื่น ๆ ของสถาบันอุดมศึกษาตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา มาตรา
๕๐/๒ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ (๑) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาจากเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ (๒) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ (๓)
เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปีตามกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณางบประมาณด้านการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (๔) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้เพื่อสมทบกองทุน (๕)
เงินอุดหนุนจากต่างประเทศรวมทั้งองค์การระหว่างประเทศ (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน หรือที่ได้รับตามกฎหมายหรือนิติกรรมสัญญา (๗) เงินสมทบกองทุนที่สถาบันอุดมศึกษานำส่งกองทุน ทั้งนี้ ตามจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (๘)
ค่าตอบแทนหรือรายได้จากการดำเนินกิจการของกองทุน (๙) ดอกผล ผลประโยชน์ หรือรายได้อื่นที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน เมื่อเงินกองทุนไม่เพียงพอสำหรับดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้กองทุนตามความจำเป็น เงินอุดหนุนตาม (๕)
จะต้องไม่มีเงื่อนไขที่จำกัดความเป็นอิสระในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ร่างพระราชกฤษฎีกาตาม (๗) จะต้องรับฟังความคิดเห็นของสถาบันอุดมศึกษาก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี มาตรา ๕๐/๓ รายได้ของกองทุนให้นำเข้าสมทบกองทุนโดยไม่ต้องส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา ๕๐/๔
การใช้จ่ายเงินกองทุนให้คณะกรรมการบริหารกองทุนใช้ตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ และให้ใช้เพื่อกิจการดังต่อไปนี้ด้วย (๑) การจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนแก่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวงและสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
และแผนด้านการอุดมศึกษาของประเทศ (๒) การจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่อยู่ในสังกัดของกระทรวงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สภานโยบายกำหนดโดยข้อเสนอแนะของรัฐมนตรีและคณะกรรมการการอุดมศึกษา (๓) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน (๔) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด โดยความเห็นชอบของสภานโยบาย มาตรา ๕๐/๕ การจัดสรรเงินกองทุนให้เป็นไปตามคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษาระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงและสถาบันอุดมศึกษาซึ่งได้รับจัดสรร
โดยคำรับรองดังกล่าวต้องกำหนดผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และตรงกับความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง การดำเนินการตามวรรคหนึ่งต้องคำนึงถึงความคล่องตัว
มีความโปร่งใสและไม่มีการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดให้มีการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามคำรับรองตามวรรคหนึ่ง และรายงานให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๕๐/๒๑ และรัฐมนตรีทราบ
เพื่อประโยชน์ในการจัดสรรเงินกองทุนให้สถาบันอุดมศึกษา ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนใช้รายงานการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามวรรคสามและรายงานตามมาตรา ๕๐/๒๒ (๓) ของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษา ประกอบการพิจารณาด้วย มาตรา ๕๐/๖ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุน ประกอบด้วย (๑)
ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์อย่างสูงในด้านการอุดมศึกษา (๒) ปลัดกระทรวง เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้แทนคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้แทนคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงบประมาณ และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม เป็นกรรมการ (๔) ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่อยู่ในสังกัดของกระทรวง และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือประเภทละหนึ่งคน (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการเงินการคลัง เศรษฐศาสตร์
การลงทุน กฎหมาย หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมซึ่งทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ห้ามมิให้กรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา ผู้บริหาร และบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษา
เป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๕) หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภานโยบายกำหนด มาตรา ๕๐/๗
ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมีหน้าที่และอำนาจบริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนและระเบียบที่สภานโยบายกำหนด และมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) เสนอแนะต่อรัฐมนตรีและคณะกรรมการการอุดมศึกษาในการกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำคำขอและการจัดสรรเงินกองทุนให้แก่สถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
หรือภาคประชาสังคมที่มีความร่วมมือในการจัดการศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม และในด้านอื่น ๆ กับสถาบันอุดมศึกษา (๒) พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนตามมาตรา ๕๐/๔ (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำแก่สถาบันอุดมศึกษา (๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน (๕)
วางระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุน (๖) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล การเงินและการงบประมาณ การพัสดุ ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ของผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุน และการอื่นที่จำเป็น (๗)
กำกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานบริหารกองทุนให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ มติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล นโยบาย มติ และประกาศของสภานโยบายและคณะกรรมการบริหารกองทุน (๘) ติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากกองทุน (๙) รายงานสถานะทางการเงินและการบริหารกองทุน
การดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาตามคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๕๐/๕ ต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา รัฐมนตรี และสภานโยบาย ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และเปิดเผยรายงานดังกล่าวต่อสาธารณชน (๑๐)
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการให้ปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการบริหารกองทุน หรือมอบหมายให้คณะอนุกรรมการหรือบุคคลทำการแทนและรายงานให้คณะกรรมการบริหารกองทุนทราบ (๑๑) แต่งตั้งและถอดถอนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกองทุน (๑๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่สภานโยบาย
รัฐมนตรี หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษามอบหมาย ระเบียบตาม (๕) ต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง การกำหนดค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ตาม (๖) ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด มาตรา ๕๐/๘
การประชุมของคณะกรรมการบริหารกองทุนต้องกำหนดให้สอดคล้องกับปฏิทินงบประมาณประจำปี และจำนวนครั้งของการประชุมต้องขึ้นอยู่กับจำนวนเรื่องที่สถาบันอุดมศึกษาเสนอ ความเร่งด่วน หรือสภาพการณ์ความจำเป็น ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้สถาบันอุดมศึกษาใช้งบประมาณได้อย่างรวดเร็ว
วิธีการประชุมและการลงมติให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด มาตรา ๕๐/๙ ให้ประธานกรรมการและกรรมการบริหารกองทุน และอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งขึ้นตามมาตรา ๕๐/๗ (๑๐)
ได้รับเบี้ยประชุมหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด มาตรา ๕๐/๑๐ ให้มีสำนักงานบริหารกองทุนในสำนักงานปลัดกระทรวงเพื่อรับผิดชอบงานธุรการและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุน คณะอนุกรรมการ
และบุคคลซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕๐/๑๑ ให้สำนักงานบริหารกองทุนมีผู้อำนวยการคนหนึ่ง มีหน้าที่บริหารสำนักงานบริหารกองทุน ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ มติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล วัตถุประสงค์ของกองทุน ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ
และประกาศของสภานโยบายและคณะกรรมการบริหารกองทุน และเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุนทุกตำแหน่ง ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนและปลัดกระทรวง มาตรา ๕๐/๑๒
ผู้อำนวยการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดและต้องเป็นผู้สามารถทำงานให้แก่สำนักงานบริหารกองทุนได้เต็มเวลา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการ รวมทั้งการรักษาการแทนผู้อำนวยการ
ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด มาตรา ๕๐/๑๓ ผู้อำนวยการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง และดำเนินการทางวินัยผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุน ตลอดจนให้ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุนออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้
ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด (๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานบริหารกองทุนโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ หรือประกาศของสภานโยบายและคณะกรรมการบริหารกองทุน (๓) รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงในการบริหาร การทำนิติกรรม การดำเนินคดี
และการลงนามในคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนจากกองทุน รวมทั้งการดำเนินการอื่นที่จำเป็น ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานของสำนักงานบริหารกองทุน (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภานโยบายหรือคณะกรรมการบริหารกองทุนมอบหมาย มาตรา ๕๐/๑๔ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก
ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แทนของสำนักงานบริหารกองทุน เพื่อการนี้ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดก็ได้ มาตรา ๕๐/๑๕
ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนเป็นผู้กำหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด มาตรา ๕๐/๑๖ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ประธานกรรมการและกรรมการบริหารกองทุน
อนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งขึ้นตามมาตรา ๕๐/๗ (๑๐) ผู้อำนวยการ และผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๐/๑๗ กองทุนต้องจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมเพื่อบันทึกรายการทางบัญชีและแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกองทุนโดยถูกต้อง
การบันทึกรายการในสมุดบัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานและนโยบายการบัญชีภาครัฐ มาตรา ๕๐/๑๘ ให้กองทุนจัดทำรายงานการเงินเพื่อแสดงผลการดำเนินงาน และฐานะการเงินของกองทุนเสนอผู้สอบบัญชีภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี มาตรา ๕๐/๑๙
ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุน ให้ผู้สอบบัญชีทำรายงานการสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี มาตรา ๕๐/๒๐
ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบคณะหนึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารกองทุนและสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อคณะกรรมการบริหารกองทุน คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงบประมาณคนหนึ่ง
และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสองคนซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการอุดมศึกษา การตรวจสอบ การเงินหรือการบัญชี โดยอย่างน้อยต้องแต่งตั้งจากด้านการอุดมศึกษาหนึ่งคน เป็นกรรมการ
และให้ผู้ตรวจสอบภายในของสำนักงานปลัดกระทรวงทำหน้าที่ช่วยเหลือคณะกรรมการตรวจสอบในการปฏิบัติหน้าที่ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคสอง
รวมทั้งการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบให้เป็นไปตามระเบียบที่สภานโยบายกำหนด ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคสองพ้นจากตำแหน่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ เบี้ยประชุม และประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะกรรมการตรวจสอบ
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด มาตรา ๕๐/๒๑ ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษา ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์อย่างสูงในด้านการอุดมศึกษาซึ่งสภานโยบายแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ
ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นที่มีความรู้และประสบการณ์สูงด้านการประเมินผลเกี่ยวกับการอุดมศึกษา ซึ่งสภานโยบายแต่งตั้งจำนวนไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ
และให้ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเป็นเลขานุการ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งการดำเนินงาน เบี้ยประชุม
และประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษา ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภานโยบายกำหนด ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง ให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดสรรเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาตามวรรคหนึ่ง มาตรา ๕๐/๒๒ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๕๐/๒๑ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ติดตาม ตรวจสอบ
และประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาที่
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 6 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง