⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 (ยกเลิก) › มาตรา 50

มาตรา 50 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 (ยกเลิก)

หมวด ๓ การสนับสนุนพรรคการเมือง
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๕๐ บรรดาเงินที่พรรคการเมืองได้รับการบริจาคมา ให้หัวหน้าพรรคการเมืองและเหรัญญิกพรรคการเมืองนำไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์โดยระบุชื่อเจ้าของบัญชีในนามของพรรคการเมืองนั้น ในกรณีที่หัวหน้าพรรคการเมืองและเหรัญญิกพรรคการเมืองนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจำนวนเงินที่เปิดบัญชีของทุกบัญชี พร้อมทั้งส่งสำเนาบัญชีเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์รับรองแก่นายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้เปิดบัญชี

สรุปมาตรา 50 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรานี้กำหนดวิธีจัดการเงินบริจาคของพรรคการเมือง ให้หัวหน้าพรรคการเมืองและเหรัญญิกพรรคการเมืองนำไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์โดยระบุชื่อเจ้าของบัญชีในนามของพรรคการเมือง และให้หัวหน้าพรรคแจ้งหมายเลขบัญชี จำนวนเงินที่เปิดบัญชีของทุกบัญชี พร้อมสำเนาบัญชีเงินฝากที่ธนาคารรับรอง แก่นายทะเบียนภายในเจ็ดวัน หมายเหตุ: กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 50 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 50

เงินบริจาคของพรรคการเมืองต้องเก็บอย่างไร

ให้หัวหน้าพรรคการเมืองและเหรัญญิกพรรคการเมืองนำไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ โดยระบุชื่อเจ้าของบัญชีในนามของพรรคการเมืองนั้น

ต้องแจ้งข้อมูลบัญชีให้ใครทราบ

ให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งแก่นายทะเบียน โดยแจ้งหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจำนวนเงินที่เปิดบัญชีของทุกบัญชี พร้อมส่งสำเนาบัญชีเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์รับรอง

ต้องแจ้งภายในกี่วัน

ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้เปิดบัญชี

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 46มาตรา 47มาตรา 48มาตรา 49มาตรา 51มาตรา 52มาตรา 53มาตรา 54

↑ ดูพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 (ยกเลิก)ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง