มาตรา 39 พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542
หมวด ๔ การให้คำรับรอง
มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ปรากฏว่าเครื่องชั่งตวงวัดใดที่ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำรับรอง เป็นเครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าพอจะแก้ไขให้ถูกต้องได้ให้สั่งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องแล้วตรวจสอบใหม่
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าเครื่องชั่งตวงวัดนั้นไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายเครื่องชั่งตวงวัดนั้น หรือกระทำการอย่างใด ๆ เพื่อมิให้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นใช้ได้ต่อไป ถ้าเครื่องชั่งตวงวัดนั้นมีเครื่องหมายคำรับรองประทับหรือแสดงอยู่แล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายเครื่องหมายคำรับรองหรือประทับเครื่องหมายแสดงว่าคำรับรองเดิมใช้ไม่ได้แล้ว เครื่องหมายแสดงว่าคำรับรองเดิมใช้ไม่ได้แล้ว ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ๓๙ เมื่อพ้นกำหนดสามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชี ๑ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ เป็นความผิดทางพินัยตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาที่บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าว
เป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้รัฐพึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง
ประกอบกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายได้กำหนดให้มีการปรับปรุงกฎหมายในการกำหนดโทษอาญาให้เหมาะสมกับสภาพความผิดหรือกำหนดมาตรการลงโทษให้เหมาะสมกับการกระทำความผิด และฐานะของผู้กระทำความผิดเพื่อมิให้บุคคลต้องรับโทษหนักเกินสมควร
หรือต้องรับภาระในการรับโทษที่แตกต่างกันอันเนื่องมาจากฐานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน เนื่องจากกรณีที่กฎหมายกำหนดโทษปรับ ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีย่อมสามารถชำระค่าปรับได้ แต่ผู้มีฐานะยากจนและไม่อยู่ในฐานะที่จะชำระค่าปรับได้จะถูกกักขังแทนค่าปรับอันกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง
ประกอบกับเมื่อคำนึงถึงข้อห้ามหรือข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดให้ประชาชนต้องปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติแล้ว จะพบว่ามีข้อห้ามหรือข้อบังคับจำนวนมากอาจรุกล้ำเข้าไปในสิทธิพื้นฐานหรือสร้างภาระอันเกินสมควรแก่ประชาชน และนับวันจะมีกฎหมายตราออกมากำหนดการกระทำให้เป็นความผิดมากขึ้น
หลายกรณีทำให้ประชาชนกลายเป็นผู้กระทำความผิดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางกรณีกระทำไปเพราะความยากจนเหลือทนทาน และเมื่อได้กระทำความผิดแล้ว ก็ต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เช่น ถูกจับกุม คุมขัง พิมพ์ลายนิ้วมือ และลงบันทึกประวัติอาชญากรเป็นประวัติติดตัวตลอดไป
และในที่สุดไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ กระบวนการที่กล่าวมาย่อมสร้างรอยด่างให้เกิดแก่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามีทางใดที่จะป้องกันมิให้ประชาชนจะต้องตกเข้าสู่กระบวนการนั้นได้ จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคมลงได้ตามสมควร
แม้ว่าการกำหนดมาตรการอันเป็นโทษที่ผู้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีเพื่อให้กฎหมายมีสภาพบังคับ แต่โทษนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้โทษอาญาเสมอไป ซึ่งนานาประเทศได้เริ่มปรับเปลี่ยนบทลงโทษจากความผิดอาญาเป็นมาตรการอื่นที่มิใช่โทษอาญามากขึ้น
รวมทั้งการใช้มาตรการอื่นแทนการลงโทษทางอาญา เช่น การคุมประพฤติ กรณีจึงสมควรที่ประเทศไทยจะพัฒนากฎหมายไทยให้สอดคล้องกับนานาประเทศ และเกิดประโยชน์แก่ประชาชนยิ่งขึ้น โดยปรับเปลี่ยนโทษอาญาบางประการที่มุ่งต่อการปรับเป็นเงินตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ
เปลี่ยนเป็นมาตรการปรับเป็นพินัยที่สร้างขึ้นใหม่ไม่ให้มีสภาพเป็นโทษอาญา โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้ใช้ดุลพินิจกำหนดค่าปรับที่ต้องชำระให้เหมาะสมกับสภาพความร้ายแรงแห่งการกระทำและฐานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำความผิดให้สอดคล้องกัน และในกรณีที่ผู้กระทำความผิดไม่มีเงินชำระค่าปรับ
อาจขอทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนการชำระค่าปรับได้ โดยไม่มีการกักขังแทนค่าปรับดังเช่นที่เป็นอยู่ในคดีอาญา การเปลี่ยนสภาพบังคับไม่ให้เป็นโทษอาญาโดยกำหนดวิธีการดำเนินการขึ้นใหม่เป็นการเฉพาะนี้ ย่อมจะช่วยทำให้ประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการทางอาญา
และไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัวอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จะเป็นกลไกทางกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมและขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๗๗ และมาตรา ๒๕๘ ค. ด้านกฎหมาย (๑)
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย นอกจากนั้น สำหรับกฎหมายบางฉบับที่กำหนดให้มีโทษทางปกครอง แต่บัญญัติให้ฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีอาญาเพื่อบังคับชำระค่าปรับทางปกครองไว้แล้ว สมควรเปลี่ยนโทษดังกล่าวเป็นมาตรการปรับเป็นพินัยเช่นเดียวกัน
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
อัตราค่าธรรมเนียม (๑) หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ (ก) การผลิตเครื่องชั่งฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท เครื่องตวงฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท (ข) การนำเข้าเครื่องชั่งฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท เครื่องตวงฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท (ค) การขายเครื่องชั่งฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท เครื่องตวงฉบับละ ๓,๐๐๐
บาท เครื่องวัดฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (ง) การซ่อมเครื่องชั่งฉบับละ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องตวงฉบับละ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดฉบับละ๑๐,๐๐๐ บาท (จ) การให้บริการชั่งฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (ฉ) การให้บริการตวงฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (ช) การให้บริการวัดฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (๒) การประกอบธุรกิจ (ก) การผลิตเครื่องชั่งปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท
เครื่องตวงปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท (ข) การนำเข้าเครื่องชั่งปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องตวงปีละ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดปีละ๑๐,๐๐๐ บาท (ค) การซ่อมเครื่องชั่งปีละ ๕,๐๐๐ บาท เครื่องตวงปีละ ๕,๐๐๐ บาท เครื่องวัดปีละ ๕,๐๐๐ บาท (ง) การให้บริการชั่งปีละ ๓,๐๐๐ บาท (จ) การให้บริการตวงปีละ ๓,๐๐๐ บาท
(ฉ) การให้บริการวัดปีละ ๓,๐๐๐ บาท (๓) ใบอนุญาตให้ผู้ผลิตหรือผู้ซ่อม เป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรองปีละ๕๐,๐๐๐ บาท (๔) การต่ออายุใบอนุญาต เท่ากับค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต (๕) การออกใบแทนหนังสือรับรอง การประกอบธุรกิจฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๖) การออกใบแทนใบอนุญาตฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๗)
การตรวจสอบและการให้คำรับรองชั้นแรก เครื่องชั่ง (ก) เครื่องชั่ง แสดงน้ำหนักไม่เกิน ๑๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๕๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑๐๐ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๑,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๕,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม
แต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๑๐,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๒๐,๐๐๐ บาท (ข) ตุ้มน้ำหนักและตุ้มถ่วง น้ำหนักไม่เกิน ๑๐ กิโลกรัมตุ้มละ ๑๐๐ บาท น้ำหนักเกิน ๑๐ กิโลกรัมตุ้มละ ๒๐๐ บาท เครื่องตวง แสดงปริมาตรไม่เกิน ๑๐๐ ลิตรเครื่องละ ๕๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๑๐๐ ลิตร แต่ไม่เกิน
๑,๐๐๐ ลิตรเครื่องละ ๑,๐๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๑,๐๐๐ ลิตร ให้เรียกเก็บ ๑,๐๐๐ ลิตรแรก ๑,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ ลิตรต่อไป ๑,๐๐๐ ลิตรละ ๕๐๐ บาท เศษของ ๑,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเท่ากับ ๑,๐๐๐ ลิตร แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัด (ก) เครื่องวัดความยาว แสดงความยาวไม่เกิน ๑๐ เมตรเครื่องละ ๑๐๐ บาท
แสดงความยาวเกิน ๑๐ เมตรเครื่องละ ๕๐๐ บาท (ข) เครื่องวัดปริมาตรเครื่องละ๒๐,๐๐๐ บาท (ค) เครื่องวัดอย่างอื่นเครื่องละ๒๐,๐๐๐ บาท (๘) การตรวจสอบและการให้คำรับรองขั้นหลัง ร้อยละห้าสิบของค่าธรรมเนียมตาม (๗) (๙) การตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองแต่ไม่มีการออกคำรับรองให้ (ก)
การตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองร้อยละห้าสิบของค่าธรรมเนียม ชั้นแรกตาม (๗) (ข) การตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองร้อยละห้าสิบของค่าธรรมเนียม ชั้นหลังตาม (๘) (๑๐) การใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไม่เกินอัตราค่าธรรมเนียมตาม (๗) ในการตรวจสอบเพื่อให้คำรับรอง เครื่องชั่งตวงวัดนอกสถานที่ (๑๑)
การตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องชั่งตวงวัด เครื่องชั่ง (ก) แสดงน้ำหนักไม่เกิน ๑๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๓,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑๐๐ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๕,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๑๐,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม
แต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๒๐,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๔๐,๐๐๐ บาท (ข) ตุ้มน้ำหนัก น้ำหนักไม่เกิน ๑ กิโลกรัมตุ้มละ ๓,๐๐๐ บาท น้ำหนักเกิน ๑ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๒๐ กิโลกรัมตุ้มละ ๔,๐๐๐ บาท น้ำหนักเกิน ๒๐ กิโลกรัมตุ้มละ ๕,๐๐๐ บาท เครื่องตวง แสดงปริมาตรไม่เกิน ๕
ลิตรเครื่องละ ๓,๐๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๕ ลิตร แต่ไม่เกิน ๒๐ ลิตรเครื่องละ ๔,๐๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๒๐ ลิตร แต่ไม่เกิน ๑๐๐ ลิตรเครื่องละ ๕,๐๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๑๐๐ ลิตรเครื่องละ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัด (ก) เครื่องวัดความยาว แสดงความยาวไม่เกิน ๑๐ เมตรเครื่องละ ๓,๐๐๐ บาท แสดงความยาวเกิน ๑๐
เมตรเครื่องละ ๕,๐๐๐ บาท (ข) เครื่องวัดปริมาตรเครื่องละ๔๐,๐๐๐ บาท (ค) เครื่องวัดอย่างอื่นเครื่องละ๔๐,๐๐๐ บาท
พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗
พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 39 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง