⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 › มาตรา 22

มาตรา 22 พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561

ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๒๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๔๑ ผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานจะนำคนต่างด้าวมาทำงานได้เฉพาะเมื่อมีสัญญานำคนต่างด้าวมาทำงานกับผู้ที่จะเป็นนายจ้างของคนต่างด้าว พร้อมทั้งรายชื่อ สัญชาติ และเลขที่หนังสือเดินทางของคนต่างด้าว และนายจ้างดังกล่าวต้องไม่เป็นผู้ประกอบกิจการรับเหมาแรงงานหรือรับเหมาค่าแรง และจะนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานได้เฉพาะตามจำนวนและตามรายชื่อดังกล่าว สัญญานำคนต่างด้าวมาทำงานตามวรรคหนึ่งต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยตามที่อธิบดีกำหนด เมื่อจะนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงาน ให้ผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานส่งสำเนาสัญญากับผู้ที่จะเป็นนายจ้างของคนต่างด้าวตามวรรคหนึ่งให้นายทะเบียน และในกรณีจำเป็นจะขอให้นายทะเบียนรับรองสัญญาและความมีอยู่จริงของนายจ้างและงานของนายจ้างให้ก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นเมื่อนายทะเบียนได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องให้ออกหนังสือรับรองให้ และเมื่อได้รับรายชื่อและเลขที่หนังสือเดินทางของคนต่างด้าวที่จะมาทำงานแล้ว ให้ผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานแจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่งให้นายทะเบียนทราบและให้นายทะเบียนแจ้งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เมื่อได้แจ้งข้อมูลให้นายทะเบียนตามวรรคสามแล้ว ผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวที่จะเข้ามาตามที่แจ้งไว้ตามวรรคสามก็ได้ มาตรา ๔๒ ในการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ ห้ามผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานหรือลูกจ้างซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการนำคนต่างด้าวมาทำงาน เรียกหรือรับเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดจากนายจ้างหรือคนต่างด้าว เว้นแต่ค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากนายจ้างตามรายการและอัตราที่อธิบดีประกาศกำหนด มาตรา ๔๓ เมื่อผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานได้นำคนต่างด้าวส่งมอบให้นายจ้างแล้ว ให้แจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ส่งมอบคนต่างด้าวให้นายจ้าง ทั้งนี้ ตามรายการที่อธิบดีประกาศกำหนด”

สรุปมาตรา 22 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

ℹ️ นี่คือมาตรา 22 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยให้ยกเลิกความในมาตรา 41 มาตรา 42 และมาตรา 43 แห่งพระราชกำหนดฉบับ พ.ศ. 2560 และใช้ความใหม่แทน สาระคือผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานจะนำเข้ามาได้เฉพาะเมื่อมีสัญญากับผู้ที่จะเป็นนายจ้าง พร้อมรายชื่อ สัญชาติ และเลขที่หนังสือเดินทาง โดยนายจ้างต้องไม่เป็นผู้ประกอบกิจการรับเหมาแรงงานหรือรับเหมาค่าแรง และนำเข้าได้เฉพาะตามจำนวนและรายชื่อที่แจ้ง ต้องส่งสำเนาสัญญาให้นายทะเบียนและอาจขอให้รับรองความมีอยู่จริงของนายจ้างได้ ส่วนมาตรา 42 ห้ามผู้รับอนุญาตหรือลูกจ้างเรียกหรือรับเงินหรือทรัพย์สินจากนายจ้างหรือคนต่างด้าว เว้นแต่ค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากนายจ้างตามอัตราที่อธิบดีประกาศกำหนด และมาตรา 43 เมื่อส่งมอบคนต่างด้าวให้นายจ้างแล้ว ต้องแจ้งนายทะเบียนภายในสิบห้าวัน

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 22 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 22

ควรอ้างอิงฉบับใด

ควรอ้างอิงฉบับหลักที่รวมการแก้ไขแล้ว เพราะฉบับนี้เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่บอกเฉพาะข้อความที่เปลี่ยน

นายหน้าเรียกเงินจากคนต่างด้าวได้หรือไม่

ไม่ได้ ห้ามเรียกหรือรับเงินหรือทรัพย์สินจากนายจ้างหรือคนต่างด้าว เว้นแต่ค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากนายจ้างตามอัตราที่อธิบดีประกาศกำหนด

ส่งมอบคนต่างด้าวแล้วต้องแจ้งภายในกี่วัน

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ส่งมอบคนต่างด้าวให้นายจ้าง

นายจ้างแบบใดที่รับคนต่างด้าวผ่านช่องทางนี้ไม่ได้

นายจ้างที่เป็นผู้ประกอบกิจการรับเหมาแรงงานหรือรับเหมาค่าแรง

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 18มาตรา 19มาตรา 20มาตรา 21มาตรา 23มาตรา 24มาตรา 25มาตรา 26

↑ ดูพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง