มาตรา 51 พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561
ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๕๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑๓ แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๑๓ นายจ้างผู้ใดนำคนต่างด้าวจากต่างประเทศมาทำงานกับตนในประเทศโดยตนเป็นผู้รับเหมาแรงงานหรือรับเหมาค่าแรง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท นายจ้างตามมาตรา ๔๖
วรรคหนึ่งผู้ใดนำคนต่างด้าวจากต่างประเทศมาทำงานกับตนในประเทศโดยไม่แจ้งตามมาตรา ๔๖ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท นายจ้างผู้ใดไม่อาจแสดงสัญญาจ้างงานเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบตามมาตรา ๔๖ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท”
สรุปมาตรา 51 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้ในพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมให้ยกเลิกความในบทกำหนดโทษเดิมของพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ และใช้ความใหม่แทน โดยกำหนดว่านายจ้างผู้ใดนำคนต่างด้าวจากต่างประเทศมาทำงานกับตนในประเทศโดยตนเป็นผู้รับเหมาแรงงานหรือรับเหมาค่าแรง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท นายจ้างที่นำคนต่างด้าวจากต่างประเทศมาทำงานกับตนโดยไม่แจ้งตามที่ตัวบทอ้างถึง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และนายจ้างที่ไม่อาจแสดงสัญญาจ้างงานเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 51 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 51
นายจ้างรับเหมาแรงงานนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานมีโทษเท่าใด
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท
ไม่แจ้งการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานมีโทษเท่าใด
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
แสดงสัญญาจ้างงานไม่ได้มีโทษหรือไม่
มี ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาทเมื่อไม่อาจแสดงสัญญาจ้างงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ขอตรวจสอบ
หน้านี้เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับปัจจุบันหรือไม่
หน้านี้เป็นพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในพระราชกำหนดฉบับหลักที่รวมการแก้ไขแล้ว
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง