⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 (ยกเลิก) › มาตรา 171

มาตรา 171 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 (ยกเลิก)

หมวด ๑๔ บทเฉพาะกาล
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๗๑ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมใดมีสินค้าที่ได้เสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรแล้วอยู่ในโรงอุตสาหกรรมในวันที่กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตใช้บังคับแก่สินค้านั้น ให้ถือว่าเงินภาษีการค้าที่ได้เสียไว้แล้วเป็นภาษีที่ต้องเรียกเก็บตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าเงินภาษีการค้าที่เสียไว้แล้วนั้นน้อยกว่าเงินภาษีที่จะต้องเสียตามพระราชบัญญัตินี้ให้เสียภาษีเพิ่มจนครบ ถ้ามากกว่า ให้ขอคืนเงินส่วนที่มากกว่าจากกรมสรรพสามิตได้ และให้กรมสรรพสามิตคืนเงินดังกล่าว โดยมิชักช้า

สรุปมาตรา 171 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

⚠️ พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ถูกยกเลิกแล้ว มาตรา 171 เป็นบทเฉพาะกาล กำหนดว่าผู้ประกอบอุตสาหกรรมใดมีสินค้าที่ได้เสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรแล้วอยู่ในโรงอุตสาหกรรมในวันที่กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตใช้บังคับแก่สินค้านั้น ให้ถือว่าเงินภาษีการค้าที่ได้เสียไว้แล้วเป็นภาษีที่ต้องเรียกเก็บตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าเสียไว้น้อยกว่าที่ต้องเสียให้เสียเพิ่มจนครบ ถ้ามากกว่าให้ขอคืนส่วนที่เกินจากกรมสรรพสามิตได้ และให้กรมสรรพสามิตคืนเงินโดยมิชักช้า

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 171 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 171

กฎหมายฉบับนี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่

ไม่ พระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว ใช้อ้างอิงได้เฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นก่อนการยกเลิก

ภาษีการค้าที่เสียไว้แล้วนับเป็นภาษีสรรพสามิตหรือไม่

ให้ถือว่าเงินภาษีการค้าที่ได้เสียไว้แล้วเป็นภาษีที่ต้องเรียกเก็บตามพระราชบัญญัตินี้

ถ้าเสียภาษีไว้เกินจะทำอย่างไร

ให้ขอคืนเงินส่วนที่มากกว่าจากกรมสรรพสามิตได้ และให้กรมสรรพสามิตคืนเงินโดยมิชักช้า

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 167มาตรา 168มาตรา 169มาตรา 170มาตรา 172มาตรา 173มาตรา 174

↑ ดูพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 (ยกเลิก)ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง