มาตรานี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดหรืออายัดสินค้า บัญชี เอกสาร ยานพาหนะ หรือสิ่งใด ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ไว้เป็นหลักฐานจนกว่าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือคดีถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดหรือไม่ พร้อมกำหนดผลของทรัพย์สินที่ยึด ถ้าไม่มีการขอรับคืนภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องหรือวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด ให้ตกเป็นของกรมสรรพสามิต และถ้าขณะยึดไม่ปรากฏตัวเจ้าของและไม่มีผู้ใดมาขอรับคืนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันยึด ก็ตกเป็นของกรมสรรพสามิตเช่นกัน ส่วนทรัพย์สินที่อายัดไว้ ถ้าอัยการสั่งไม่ฟ้องหรือศาลไม่พิพากษาให้ริบ ต้องถอนการอายัดโดยมิชักช้า
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 128 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณต้องขอรับคืนภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือวันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี มิฉะนั้นทรัพย์สินนั้นตกเป็นของกรมสรรพสามิต
ถ้าในขณะยึดไม่ปรากฏตัวเจ้าของหรือผู้ครอบครอง และไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของเพื่อขอรับคืนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันยึด ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของกรมสรรพสามิต
ถ้าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือศาลไม่พิพากษาให้ริบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการอายัดทรัพย์สินนั้นโดยมิชักช้า
ได้ ตัวบทเขียนไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดหรือของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ ขอเพียงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
↑ ดูพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)