มาตรา 18 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
หมวด ๒ ตุลาการศาลปกครอง
มาตรา ๑๘ ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี (๓) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ศป. กำหนด และ (๔)
มีคุณสมบัติอื่นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (ก) รับราชการหรือเคยรับราชการเป็นพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน หรือเลขานุการกรรมการร่างกฎหมายในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่น้อยกว่าสามปี (ข) รับราชการหรือเคยรับราชการไม่น้อยกว่าสามปีในตำแหน่งพนักงานคดีปกครองในระดับที่ ก.ศป. กำหนด (ค)
รับราชการหรือเคยรับราชการไม่น้อยกว่าสามปีในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลแพ่งหรือศาลอาญาหรือเทียบเท่า หรือตุลาการพระธรรมนูญศาลทหารกลาง (ง) รับราชการหรือเคยรับราชการไม่น้อยกว่าสามปีในตำแหน่งอัยการจังหวัดหรือเทียบเท่า (จ)
รับราชการหรือเคยรับราชการไม่น้อยกว่าสามปีในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าข้าราชการพลเรือนระดับ ๘ หรือตำแหน่งอื่นในหน่วยงานของรัฐที่เทียบเท่า ทั้งนี้ ตามที่ ก.ศป. ประกาศกำหนด (ฉ) เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์
หรือวิชาที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในสถาบันอุดมศึกษา และดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์พิเศษไม่น้อยกว่าสามปี (ช) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขากฎหมายมหาชนและรับราชการในหน่วยงานของรัฐนับแต่สำเร็จการศึกษาระดับดังกล่าวไม่น้อยกว่าสิบปี
หรือสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขากฎหมายมหาชนและรับราชการในหน่วยงานของรัฐนับแต่สำเร็จการศึกษาระดับดังกล่าวไม่น้อยกว่าหกปี (ซ) เป็นหรือเคยเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทนายความไม่น้อยกว่าสิบสองปี และมีประสบการณ์ในคดีปกครองตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ศป. ประกาศกำหนด ให้นำความในมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๖
มาใช้บังคับแก่ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นโดยอนุโลม
สรุปมาตรา 18 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ได้แก่ มีสัญชาติไทย มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือในการบริหารราชการแผ่นดินตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ศป. กำหนด และต้องมีคุณสมบัติอื่นอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น รับราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือเป็นพนักงานคดีปกครองไม่น้อยกว่าสามปี รับราชการไม่น้อยกว่าสามปีในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลแพ่งหรือศาลอาญาหรือเทียบเท่า หรือตำแหน่งอัยการจังหวัดหรือเทียบเท่า หรือข้าราชการพลเรือนระดับ ๘ หรือเทียบเท่า เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาระดับไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์ไม่น้อยกว่าสามปี สำเร็จปริญญาโทกฎหมายมหาชนและรับราชการไม่น้อยกว่าสิบปีหรือปริญญาเอกและรับราชการไม่น้อยกว่าหกปี หรือเป็นทนายความไม่น้อยกว่าสิบสองปีและมีประสบการณ์ในคดีปกครองตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ศป. ประกาศกำหนด ทั้งให้นำมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 18 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 18
ตุลาการศาลปกครองชั้นต้นต้องมีอายุเท่าใด
ไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี และต้องมีสัญชาติไทย
ทนายความเป็นตุลาการศาลปกครองชั้นต้นได้หรือไม่
ได้ ถ้าเป็นหรือเคยเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทนายความไม่น้อยกว่าสิบสองปี และมีประสบการณ์ในคดีปกครองตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ศป. ประกาศกำหนด
จบปริญญาโทหรือเอกกฎหมายมหาชนต้องรับราชการกี่ปี
ปริญญาโทสาขากฎหมายมหาชนต้องรับราชการในหน่วยงานของรัฐนับแต่สำเร็จการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบปี ส่วนปริญญาเอกไม่น้อยกว่าหกปี
อาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นตุลาการศาลปกครองชั้นต้นได้หรือไม่
ได้ ถ้าเป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาในสาขาที่กำหนดในสถาบันอุดมศึกษา และดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์พิเศษไม่น้อยกว่าสามปี
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง