⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชบัญญัติทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน พุทธศักราช 2473 (ยกเลิก) › มาตรา 37

มาตรา 37 พระราชบัญญัติทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน พุทธศักราช 2473 (ยกเลิก)

⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๓๗ การกระทำดังต่อไปนี้ ท่านว่าต้องระวางความผิดฐานลหุโทษต่างหากจากโทษฐานอื่นอันอาจมีตามกฎหมายลักษณะอาชญา คือ (๑) ผู้ใดจงใจขัดขวางเจ้าพนักงานกรมทางในการปฏิบัติหน้าที่ก็ดี หรือขัดขวางบุคคลผู้กระทำตามอำนาจอันชอบด้วยกฎหมายในการรังวัด การสร้าง หรือบำรุงรักษาทางหลวงก็ดี หรือบังอาจถอน หรือพาไปเสียซึ่งหลักหรือหมุดที่ปักไว้เพื่อการรังวัดสร้าง หรือบำรุงรักษาทางหลวงก็ดี หรือบังอาจลบหรือทำลายเครื่องหมายอันมีไว้เพื่อการรังวัดสร้างหรือบำรุงรักษาทางหลวงก็ดี ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๒ (๒) ผู้ใดมิได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมาย บังอาจขุด ขนดิน ทราย หิน หญ้า ต้นไม้ หรือสิ่งอื่นไปจากมูลดิน คู สะพาน เขื่อนสะพาน ทางระบายน้ำ หรือกำแพงเขื่อน หรือทำความเสียหายอย่างอื่นแก่ทางหลวง ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๓ (๓) ผู้ใดมิได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมาย จงใจเปลี่ยนทางน้ำ หรือรางน้ำ หรือทำทำนบขวางคู หรือใต้สะพานหรือกั้นทางน้ำอันมีมาเดิม โดยวิธีอันน่าจะเกิดเสียหายแก่ทางหลวงได้ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๓ (๔) ผู้ใดลากไสซึ่งไถคราดหรือเครื่องมืออย่างอื่นไปตามหรือผ่านทางหลวงโดยวิธีอันควรเห็นว่าคงจะขีดหรือขุดถนนและไม่ระมัดระวังตามที่ผู้รับสัมปทานหรือกรมทางกำหนดไว้ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๑ (๕) ผู้ใดรื้อถอนทำลาย เสา หรือป้ายบอกทาง เครื่องหมายชี้หนทางหรือบอกระยะทาง ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๒ (๖) ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของกรมทางว่าด้วยหน้าที่แห่งเจ้าของที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นริมทางหลวง หรือระเบียบว่าด้วยการใช้ทางหลวง ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๒

สรุปมาตรา 37 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรานี้กำหนดการกระทำที่เป็นความผิดฐานลหุโทษต่างหากจากโทษฐานอื่นตามกฎหมายลักษณะอาชญา ได้แก่ การจงใจขัดขวางเจ้าพนักงานกรมทางหรือผู้กระทำการโดยชอบด้วยกฎหมายในการรังวัด สร้าง หรือบำรุงรักษาทางหลวง รวมถึงการถอนหรือทำลายหลัก หมุด หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการนั้น การขุดหรือขนดิน ทราย หิน หญ้า ต้นไม้ หรือสิ่งอื่นไปจากมูลดิน คู สะพาน เขื่อนสะพาน ทางระบายน้ำ หรือกำแพงเขื่อน หรือทำความเสียหายอย่างอื่นแก่ทางหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต การจงใจเปลี่ยนทางน้ำหรือรางน้ำหรือทำทำนบขวางคูโดยวิธีอันน่าจะเกิดความเสียหายแก่ทางหลวง การลากไสไถคราดหรือเครื่องมืออื่นไปตามหรือผ่านทางหลวงโดยไม่ระมัดระวังตามที่กำหนด การรื้อถอนทำลายเสาหรือป้ายบอกทาง เครื่องหมายชี้หนทางหรือบอกระยะทาง และการไม่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับว่าด้วยหน้าที่ของเจ้าของที่ดินริมทางหลวงหรือระเบียบว่าด้วยการใช้ทางหลวง โดยแต่ละกรณีกำหนดชั้นโทษลหุโทษไว้ต่างกัน หมายเหตุ พระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 37 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 37

ขุดดินหรือตัดต้นไม้ริมทางหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดหรือไม่

ผิดฐานลหุโทษตามมาตรานี้ สำหรับการขุดหรือขนดิน ทราย หิน หญ้า ต้นไม้ หรือสิ่งอื่นไปจากมูลดิน คู สะพาน หรือทำความเสียหายอย่างอื่นแก่ทางหลวง

รื้อป้ายบอกทางมีความผิดหรือไม่

มีความผิดฐานลหุโทษ สำหรับการรื้อถอนทำลายเสาหรือป้ายบอกทาง เครื่องหมายชี้หนทางหรือบอกระยะทาง

มาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่

ไม่ พระราชบัญญัติทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน พุทธศักราช ๒๔๗๓ ถูกยกเลิกแล้ว หน้านี้จึงใช้อ้างอิงได้เฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นก่อนการยกเลิก

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 33มาตรา 34มาตรา 35มาตรา 36มาตรา 38มาตรา 39

↑ ดูพระราชบัญญัติทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน พุทธศักราช 2473 (ยกเลิก)ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง