มาตรา 5 พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. 2497 (ยกเลิก)
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๕ ให้มีกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการทำเนียบนายกรัฐมนตรี อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการ
และผู้อำนวยการกองบำเหน็จบำนาญ กรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ (๑) พิจารณาพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นว่า บุคคลจะพึงมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ (๒) กำหนดจำนวนเงินสงเคราะห์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗ (๓) วางระเบียบและวิธีปฏิบัติอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตามที่กำหนดไว้ใน (๑) และ (๒) ให้นำมาตรา ๖ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้ยกเลิกระเบียบเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวสำหรับผู้ที่ได้รับเงินในงบประมาณเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งมีความใช้บังคับในการคำนวณเงินที่จ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการรวมอยู่ด้วย จึงสมควรแก้ไขกฎหมาย
ให้รวมเงินสงเคราะห์กับเงินเพิ่มชั่วคราวเข้าด้วยกันเป็นเงินสงเคราะห์ใช้เป็นเกณฑ์เบิกจ่ายต่อไป
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๕ ลงวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๔
ด้วยคณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า การให้ความสงเคราะห์ประชาชนผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม โดยวิธีจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือนตามที่กฎหมายปัจจุบันได้กำหนดไว้ยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขให้การพิจารณาให้ความสงเคราะห์ได้ดำเนินไปโดยรวดเร็ว
และให้ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์รับเงินสงเคราะห์เป็นเงินก้อนแทนการรับเป็นรายเดือน ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้รับการสงเคราะห์มากยิ่งขึ้น
ข้อ ๘ ผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ และมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเช่นเดียวกับผู้รับบำนาญพิเศษอยู่แล้วก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือน และมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลต่อไป ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์
และมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลตามวรรคหนึ่งหมดสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์และหมดสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด เมื่อ (๑) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือ (๒)
เป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย ผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือนตามความในวรรคหนึ่ง จะขอเปลี่ยนเป็นเงินสงเคราะห์ที่จ่ายครั้งเดียวก็ได้ โดยยื่นคำร้องขอต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๕ ในกรณีเช่นนี้ให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดจำนวนเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้นั้นตามมาตรา ๗
และให้หักจำนวนเงินสงเคราะห์ที่ผู้นั้นได้รับเป็นรายเดือนไปก่อนออกทั้งหมด แล้วแจ้งการกำหนดจำนวนเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้ร้องขอทราบ ถ้าผู้ร้องขอไม่โต้แย้งภายในกำหนดเวลาตามวรรคสี่ ให้ถือว่าสิทธิรับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือน และสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลของผู้นั้นเป็นอันระงับไป
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอตามวรรคสามไม่พอใจในคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ จะถอนคำร้องขอและขอรับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือนต่อไปก็ได้ การถอนคำร้องขอให้กระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการ
ข้อ ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ ๑๐ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๖
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 5 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. 2497 (ยกเลิก)ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง