⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 › มาตรา 38

มาตรา 38 พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540

หมวด ๓ การสอบและตรวจบัญชี
มาตรา ๓๘ ในกรณีที่องค์การขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ที่องค์การกู้ยืมเงินจากแหล่งให้กู้ยืมในหรือนอกราชอาณาจักร ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจค้ำประกันเงินกู้นั้นได้ แต่จำนวนเงินกู้ที่จะค้ำประกันเมื่อรวมกับต้นเงินกู้ที่การค้ำประกันของกระทรวงการคลังยังค้างอยู่ต้องไม่เกินสิบสองเท่าของเงินกองทุนขององค์การเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการค้ำประกันตามอำนาจที่มีอยู่ในกฎหมายใด การคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อทราบยอดรวมของเงินกู้ตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ในวันทำสัญญา

สรุปมาตรา 38 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรา 38 ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจค้ำประกันเงินกู้ที่องค์การกู้ยืมจากแหล่งให้กู้ยืมในหรือนอกราชอาณาจักรได้ แต่จำนวนเงินกู้ที่ค้ำประกันเมื่อรวมกับต้นเงินกู้ที่ยังค้างค้ำประกันอยู่ ต้องไม่เกินสิบสองเท่าของเงินกองทุนขององค์การเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทย โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงประจำวันของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันทำสัญญา

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 38 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 38

กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ขององค์การได้หรือไม่

ได้ เมื่อองค์การขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ที่กู้ยืมจากแหล่งให้กู้ยืมในหรือนอกราชอาณาจักร

ค้ำประกันได้สูงสุดเท่าใด

จำนวนเงินกู้ที่จะค้ำประกันเมื่อรวมกับต้นเงินกู้ที่การค้ำประกันของกระทรวงการคลังยังค้างอยู่ ต้องไม่เกินสิบสองเท่าของเงินกองทุนขององค์การเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทย ไม่ว่าจะเป็นการค้ำประกันตามอำนาจที่มีอยู่ในกฎหมายใด

แปลงเงินตราต่างประเทศอย่างไร

ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ในวันทำสัญญา

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 34มาตรา 35มาตรา 36มาตรา 37มาตรา 39มาตรา 40มาตรา 41มาตรา 42

↑ ดูพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง