มาตรา 96 พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558
หมวด ๗ การควบคุม เฝ้าระวัง สืบค้น และตรวจสอบ
มาตรา ๙๖ เมื่อเรือประมงได้รับอนุญาตให้เทียบท่าตามมาตรา ๙๕ และเทียบท่าแล้ว ให้ยื่นคำขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงนำสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำขึ้นจากเรือประมงได้ ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตให้นำเข้าตามวรรคหนึ่ง
เว้นแต่เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือจะพิสูจน์ได้ว่า (๑) เรือประมงนั้นมีใบอนุญาตให้ทำการประมงหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประมงซึ่งออกโดยรัฐเจ้าของธงหรือรัฐชายฝั่ง (๒) มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่ามิได้มีการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (๓)
เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือทำหนังสือรับรองว่ารัฐเจ้าของธงจะยืนยันในเวลาอันสมควรว่าสัตว์น้ำที่จับได้นั้นเป็นไปตามข้อบังคับขององค์การระหว่างประเทศ ในกรณีที่เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือไม่อาจพิสูจน์ได้ตามวรรคสอง ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้เรือประมงนั้นออกจากราชอาณาจักรได้ภายในเวลาที่กำหนด
และแจ้งให้รัฐเจ้าของธง หรือประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง และองค์การระหว่างประเทศเพื่อทราบ ในกรณีที่เรือประมงนั้นไม่ออกนอกราชอาณาจักรภายในเวลาที่กำหนด หรือมีหลักฐานชัดแจ้งว่าเรือนั้นได้ทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือกรณีเป็นเรือไร้สัญชาติ
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ยึดเรือประมงและทรัพย์สินในเรือประมงนั้นออกขายทอดตลาดหรือทำลายได้ เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดเมื่อได้หักค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายอื่นแล้ว ให้กรมประมงยึดไว้จนกว่าเจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือสามารถพิสูจน์ได้ตามวรรคสอง
ในกรณีที่เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือไม่สามารถพิสูจน์ได้ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ขายทอดตลาด เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้ตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในการขายทอดตลาดตามวรรคสาม มิให้นำสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำออกขายทอดตลาดด้วย
โดยให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ทำลายสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำดังกล่าว หรือนำไปดำเนินการเพื่อจ่ายแจกให้แก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสโดยไม่คิดราคา เรือประมงที่ไม่อาจแสดงหลักฐานตามวรรคสองได้ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่าได้ทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนเข้าเทียบท่า
พนักงานเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้รับบริการเติมเชื้อเพลิงและเสบียง หรือซ่อมบำรุง ตามความจำเป็นก็ได้
สรุปมาตรา 96 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้กำหนดขั้นตอนหลังเรือประมงได้รับอนุญาตให้เทียบท่าตามมาตรา ๙๕ คือต้องยื่นคำขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำก่อนจึงจะนำขึ้นจากเรือได้ พร้อมวางเงื่อนไขสามข้อที่เจ้าของเรือต้องพิสูจน์ อำนาจสั่งให้ออกนอกราชอาณาจักร อำนาจยึดและขายทอดตลาดหรือทำลาย และการจัดการเงินที่ได้จากการขาย
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 96 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 96
เรือประมงที่เทียบท่าแล้วจะนำสัตว์น้ำขึ้นจากเรือได้ทันทีหรือไม่
ไม่ได้ ต้องยื่นคำขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำก่อน และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงนำขึ้นจากเรือประมงได้
เจ้าของเรือต้องพิสูจน์อะไรบ้างจึงจะได้รับอนุญาต
สามข้อ คือ เรือมีใบอนุญาตทำการประมงหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องซึ่งออกโดยรัฐเจ้าของธงหรือรัฐชายฝั่ง มีหลักฐานแสดงว่ามิได้ทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทำหนังสือรับรองว่ารัฐเจ้าของธงจะยืนยันในเวลาอันสมควรว่าสัตว์น้ำที่จับได้เป็นไปตามข้อบังคับขององค์การระหว่างประเทศ
ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ อธิบดีมีอำนาจทำอะไร
สั่งให้เรือประมงนั้นออกจากราชอาณาจักรภายในเวลาที่กำหนด และแจ้งรัฐเจ้าของธง ประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง และองค์การระหว่างประเทศเพื่อทราบ
กรณีเรือไม่ยอมออกนอกราชอาณาจักรหรือเป็นเรือไร้สัญชาติ จะทำอย่างไร
อธิบดีมีอำนาจสั่งยึดเรือประมงและทรัพย์สินในเรือออกขายทอดตลาดหรือทำลายได้ โดยไม่นำสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำออกขายทอดตลาดด้วย แต่ให้สั่งทำลายหรือนำไปจ่ายแจกแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสโดยไม่คิดราคา
เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตกเป็นของใคร
หักค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายอื่นแล้ว ให้กรมประมงยึดไว้จนกว่าเจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือจะพิสูจน์ได้ ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันขายทอดตลาด เงินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง