⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ. 2533 › มาตรา 23

มาตรา 23 พระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ. 2533

หมวด ๑๑ ความผิดและบทกำหนดโทษ
มาตรา ๒๓ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕ ผู้ใด รวมทั้งกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของนิติบุคคลฝ่าฝืนมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและในกรณีที่เป็นความผิดต่อเนื่อง ต้องระวางโทษปรับอีกไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทต่อวันหรือเศษของวันในระหว่างที่ความผิดนั้นยังดำเนินอยู่ต่อไปหลังจากวันแรกที่มีคำพิพากษา และบรรดาเครื่องจักร เครื่องมือโรงงาน สิ่งก่อสร้าง และทรัพย์สินอื่นใด หรือสิ่งของที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ให้ริบเสียทั้งสิ้น

สรุปมาตรา 23 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ. 2533 กำหนดว่าภายใต้บังคับมาตรา 25 ผู้ใดรวมทั้งกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของนิติบุคคลที่ฝ่าฝืนมาตรา 17 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่เป็นความผิดต่อเนื่องต้องระวางโทษปรับอีกไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทต่อวันหรือเศษของวันในระหว่างที่ความผิดยังดำเนินอยู่หลังจากวันแรกที่มีคำพิพากษา ทั้งให้ริบบรรดาเครื่องจักร เครื่องมือโรงงาน สิ่งก่อสร้าง และทรัพย์สินอื่นที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเสียทั้งสิ้น

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 23 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 23

โทษตามมาตรานี้เป็นอย่างไร

จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดต่อเนื่องมีโทษเพิ่มหรือไม่

มี ต้องระวางโทษปรับอีกไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทต่อวันหรือเศษของวันในระหว่างที่ความผิดยังดำเนินอยู่หลังจากวันแรกที่มีคำพิพากษา

ทรัพย์สินที่ใช้กระทำผิดจะเป็นอย่างไร

ให้ริบบรรดาเครื่องจักร เครื่องมือโรงงาน สิ่งก่อสร้าง และทรัพย์สินอื่นใดหรือสิ่งของที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเสียทั้งสิ้น

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 19มาตรา 20มาตรา 21มาตรา 22มาตรา 24มาตรา 25มาตรา 26มาตรา 27

↑ ดูพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ. 2533ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง