มาตรา 4 พระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พ.ศ. 2543
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เท่าที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี
สนธิสัญญา ระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศต่อไปนี้เรียกว่า “รัฐภาคี” ปรารถนาที่จะให้ความร่วมมือระหว่างรัฐทั้งสองในการปราบปรามอาชญากรรมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ปรารถนาที่จะทำสนธิสัญญาเพื่อการส่งผู้กระทำผิดข้ามแดนให้แก่กันและกัน ได้ตกลงกันดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ พันธกรณีในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ๑. ภายใต้บังคับบทบัญญัติของสนธิสัญญานี้ รัฐภาคีตกลงที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันและกัน ซึ่งบุคคลที่พบในดินแดนของรัฐภาคีฝ่ายหนึ่ง ผู้ซึ่งถูกดำเนินคดี ถูกฟ้อง
ถูกตัดสินว่ามีความผิด หรือเป็นที่ต้องการตัวเพื่อการบังคับโทษตามคำพิพากษาศาล สำหรับการกระทำความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ โดยเจ้าหน้าที่ทางศาลของรัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง คำว่า “เจ้าหน้าที่ทางศาล” ให้รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการ
ซึ่งทำหน้าที่ดำเนินคดีหรือฟ้องบุคคลเช่นว่าตามกฎหมายของรัฐภาคีแต่ละฝ่าย ๒. สำหรับความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ซึ่งได้กระทำขึ้นภายนอกดินแดนของรัฐที่ร้องขอ รัฐที่ได้รับการร้องขอจะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้ภายใต้บังคับบทบัญญัติของสนธิสัญญานี้
หากกฎหมายของตนกำหนดให้ลงโทษความผิดดังกล่าวในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ข้อ ๒ ความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ ๑. ความผิดที่จะถือว่าเป็นความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อการดำเนินคดีหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาลงโทษหรือตามคำสั่งกักขังได้ ก็ต่อเมื่อความผิดนั้นลงโทษได้ตามกฎหมายของรัฐภาคีทั้งสองฝ่าย
โดยการจำคุกหรือการกักขังในรูปแบบอื่นเป็นระยะเวลามากกว่าหนึ่งปี หรือโดยการลงโทษใดที่หนักกว่า ให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อการบังคับตามคำพิพากษาลงโทษหรือตามคำสั่งกักขังในความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้เช่นว่า หากระยะเวลาของโทษหรือคำสั่งกักขังที่เหลือจะต้องรับต่อมีระยะเวลาอย่างน้อย ๖ เดือน ๒.
ความผิดจะเป็นความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ หากความผิดนั้นประกอบด้วยการตระเตรียม หรือการพยายามกระทำความผิด การช่วยเหลือหรือส่งเสริม การสนับสนุน การให้คำปรึกษาหรือการจัดให้มีการกระทำความผิดหรือการเป็นผู้สมคบไม่ว่าก่อนหรือหลังการกระทำสำหรับความผิดที่ระบุไว้ในวรรค ๑ ของข้อนี้ ทั้งนี้
ภายใต้เงื่อนไขว่าความผิดดังกล่าวสามารถลงโทษได้ตามกฎหมายของรัฐภาคีทั้งสองฝ่าย โดยการจำคุกหรือการกักขังในรูปแบบอื่นเป็นระยะเวลามากกว่าหนึ่งปี หรือโดยการลงโทษใดที่หนักกว่า ๓. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ ความผิดหนึ่งจะเป็นความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้
ไม่ว่ากฎหมายของรัฐภาคีจะจัดความผิดอยู่ในประเภทเดียวกันหรือจะเรียกชื่อความผิดเดียวกันหรือไม่ก็ตาม ๔. เมื่อให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ฐานใดฐานหนึ่งแล้ว
อาจให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในความผิดอื่นซึ่งระบุไว้ในคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เป็นไปตามเงื่อนไขสำหรับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนโดยครบถ้วน ยกเว้นเงื่อนไขที่เกี่ยวกับระยะเวลาของโทษหรือคำสั่งกักขังที่ระบุไว้ในวรรค ๑ ของข้อนี้ ข้อ ๓ ความผิดทางการเมืองและการทหาร ๑. จะไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้เมื่อ
ก. ความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นความผิดทางการเมือง หรือ ข. เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนมีความมุ่งประสงค์ทางการเมือง หรือ ค. ความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นความผิดทางทหารโดยเฉพาะ ๒. เพื่อความมุ่งประสงค์ของสนธิสัญญานี้
การปลงชีวิตหรือการกระทำความผิดโดยเจตนาต่อชีวิตหรือร่างกายของประมุขแห่งรัฐของรัฐภาคีฝ่ายหนึ่งหรือของสมาชิกในครอบครัวของบุคคลนั้น รวมทั้งการพยายามกระทำความผิดดังกล่าวมิให้ถือว่าเป็นความผิดในความหมายของวรรค ๑ ของข้อนี้ ข้อ ๔ อำนาจศาลซ้อน
รัฐที่ได้รับการร้องขออาจปฏิเสธที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวสำหรับความผิดที่กฎหมายของตนถือว่าได้กระทำทั้งหมดหรือบางส่วนในดินแดนของตน หรือในสถานที่ที่ถือเสมือนเป็นดินแดนของตน ทั้งนี้ รัฐที่ได้รับการร้องขอจะต้องดำเนินคดีบุคคลดังกล่าว สำหรับความผิดนั้นตามกฎหมายของตน ข้อ ๕
การถูกลงโทษก่อนในความผิดเดียวกัน ๑. จะไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถ้าบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวได้รับการพิจารณาคดีและถูกพิพากษาลงโทษ หรือปล่อยตัวในรัฐที่ได้รับการร้องขอสำหรับความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว ๒.
การส่งผู้ร้ายข้ามแดนอาจจะถูกปฏิเสธถ้าบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวกำลังถูกหรือได้ถูกดำเนินคดีแล้วในรัฐที่ได้รับการร้องขอสำหรับความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ๓. อาจจะมีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้
ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐที่ได้รับการร้องขอได้ตัดสินที่จะไม่ฟ้องคดีบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวสำหรับการกระทำที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ข้อ ๖ การขาดอายุความ
จะไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเมื่อการฟ้องคดีหรือการบังคับการลงโทษสำหรับความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นต้องห้ามโดยการขาดอายุความตามกฎหมายของรัฐที่ร้องขอ ข้อ ๗ สัญชาติ ๑. รัฐภาคีไม่ผูกพันที่จะส่งคนชาติของตนข้ามแดน ๒. หากไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามวรรค ๑ ของข้อนี้
เมื่อได้รับการร้องขอจากรัฐที่ร้องขอ รัฐที่ได้รับการร้องขอจะต้องเสนอคดีนั้นให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของตนเพื่อดำเนินคดีต่อไป เพื่อความมุ่งประสงค์นี้ รัฐที่ร้องขอจะต้องส่งสำนวน ข้อมูล และพยานเอกสารหรือพยานวัตถุเกี่ยวกับคดีให้แก่รัฐที่ได้รับการร้องขอ
ถ้ารัฐที่ได้รับการร้องขอต้องการเอกสารหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติม ให้ส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานดังกล่าวไปให้โดยไม่มีการเรียกค่าใช้จ่ายจากรัฐนั้น ๓. แม้จะมีวรรค ๒ ของข้อนี้ รัฐที่ได้รับการร้องขอไม่ต้องเสนอคดีนั้นต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของตนเพื่อการดำเนินคดี
ถ้ารัฐที่ได้รับการร้องขอไม่มีอำนาจศาลเหนือความผิดนั้น ข้อ ๘ วิธีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและเอกสารที่ต้องการ ๑. คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะกระทำโดยผ่านวิถีทางการทูต ๒. คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องประกอบด้วย ก. เอกสาร คำแถลง หรือพยานหลักฐานอื่น ๆ ซึ่งระบุรูปพรรณสัณฐาน
และที่อยู่ที่อาจเป็นไปได้ของบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัว ข. คำแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดี รวมถึงเวลาและสถานที่ที่ความผิดได้เกิดขึ้นหากเป็นไปได้ ค. บทบัญญัติของกฎหมายที่ระบุองค์ประกอบสำคัญและที่กำหนดฐานความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ง. บทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดโทษสำหรับความผิด และ จ.
บทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดอายุความเพื่อการฟ้องคดีหรือเพื่อการดำเนินการลงโทษสำหรับความผิด ๓. คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวเพื่อการดำเนินคดีจะต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ด้วย ก. สำเนาหมายจับที่ออกโดยผู้พิพากษา หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอื่นของรัฐที่ร้องขอ ข.
พยานหลักฐานที่แสดงว่าการจับกุมและการดำเนินคดีบุคคลดังกล่าวกระทำได้ตามกฎหมายของรัฐที่ได้รับการร้องขอรวมถึงพยานหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า บุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุในหมายจับ ๔.
เมื่อคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกพิพากษาว่ากระทำผิดคำร้องนั้นจะต้องมีเอกสารแนบเพิ่มเติมจากเอกสารที่ระบุไว้ในวรรค ๒ ของข้อนี้ ดังต่อไปนี้ ก. สำเนาคำพิพากษาว่ากระทำผิดของศาลของรัฐที่ร้องขอ และ ข.
พยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวเป็นบุคคลเดียวกันกับที่อ้างถึงในคำพิพากษาว่ากระทำผิด หากบุคคลนั้นได้ถูกพิพากษาว่ากระทำผิดแต่ยังไม่ถูกพิพากษาลงโทษ คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องแนบคำแถลงในเรื่องนี้ด้วย หากบุคคลที่ถูกพิพากษาว่ากระทำผิดได้ถูกพิพากษาลงโทษแล้ว
คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องแนบสำเนาคำพิพากษาลงโทษและคำแถลงที่แสดงให้เห็นถึงโทษที่ได้รับแล้ว ๕. เอกสารทั้งหมดที่นำส่งโดยรัฐที่ร้องขอให้แปลเป็นภาษาของรัฐที่ได้รับการร้องขอ ๖. เอกสารที่ส่งผ่านวิถีทางการทูตจะเป็นที่ยอมรับให้ใช้ในกระบวนการพิจารณาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในรัฐที่ได้รับการร้องขอ
โดยไม่ต้องมีการรับรองหรือนิติกรณ์อื่นเพิ่มเติมอีก ข้อ ๙ การจับกุมชั่วคราว ๑. ในกรณีเร่งด่วน รัฐภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้จับกุมบุคคลที่ถูกกล่าวหาหรือถูกพิพากษาว่ากระทำผิดไว้ชั่วคราวได้ คำขอให้จับกุมตัวชั่วคราวจะส่งผ่านวิถีทางการทูต
หรือโดยตรงระหว่างกระทรวงมหาดไทยในบังกลาเทศและกระทรวงมหาดไทยในประเทศไทย ซึ่งในกรณีนี้อาจจะใช้ระบบการติดต่อของตำรวจสากล ๒. คำขอจะประกอบด้วย รูปพรรณของบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัว ที่อยู่ของบุคคลนั้นหากรู้ คำแถลงย่อเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในคดี รวมทั้งเวลาและสถานที่ที่ความผิดได้เกิดขึ้นหากเป็นไปได้
คำแถลงว่าได้มีหมายจับหรือได้มีคำพิพากษาว่าบุคคลนั้นกระทำผิดตามที่ระบุไว้ในข้อ ๘ และคำแถลงว่าจะส่งคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนสำหรับบุคคลดังกล่าวตามมา ๓. รัฐที่ร้องขอจะได้รับการแจ้งผลของคำขอโดยไม่ชักช้า ๔. การจับกุมชั่วคราวจะสิ้นสุดลงถ้า ภายในระยะเวลา ๖๐ วันหลังการจับกุมบุคคลที่ขอให้ส่งตัว
เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐที่ได้รับการร้องขอมิได้รับคำร้องขออย่างเป็นทางการให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนและเอกสารสนับสนุนที่จำเป็นตามข้อ ๘ ๕. การที่การจับกุมชั่วคราวสิ้นสุดลงตามวรรค ๔ ของข้อนี้ จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งบุคคลที่ขอให้ส่งตัวข้ามแดน
หากมีการส่งคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนและเอกสารสนับสนุนที่ระบุไว้ในข้อ ๘ ในภายหลัง ข้อ ๑๐ การวินิจฉัยและการส่งมอบตัว ๑. รัฐที่ได้รับการร้องขอจะแจ้งโดยไม่ชักช้าผ่านวิถีทางการทูตให้รัฐที่ร้องขอทราบถึงการวินิจฉัยของตนเกี่ยวกับคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ๒.
รัฐที่ได้รับการร้องขอต้องให้เหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนบางส่วนหรือทั้งหมด ๓. หากให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ การส่งมอบตัวบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวจะมีขึ้นภายในระยะเวลาที่อาจกำหนดไว้ในกฎหมายของรัฐที่ได้รับการร้องขอ
เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐภาคีจะตกลงกันเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ของการส่งมอบตัวบุคคลที่ถูกขอให้ส่ง อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการนำตัวบุคคลนั้นออกไปจากดินแดนของรัฐที่ได้รับการร้องขอภายในเวลาที่กำหนดไว้
บุคคลนั้นอาจจะถูกปล่อยตัวและรัฐที่ได้รับการร้องขออาจจะปฏิเสธการส่งผู้ร้ายข้ามแดนสำหรับความผิดเดียวกันนั้นได้ในภายหลัง ข้อ ๑๑ การเลื่อนการส่งมอบตัว ในกรณีอนุญาตตามคำขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนบุคคลซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีหรือกำลังรับโทษในดินแดนของรัฐที่ได้รับการร้องขอในความผิดอื่น
รัฐที่ได้รับการร้องขออาจเลื่อนการส่งมอบตัวบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวจนกว่าการดำเนินคดีต่อบุคคลนั้นจะเสร็จสิ้น หรือจนกว่าการดำเนินการลงโทษใดที่อาจจะกำหนดหรือได้กำหนดไว้แล้วเสร็จสมบูรณ์ ข้อ ๑๒ คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากหลายรัฐ
หากรัฐที่ได้รับการร้องขอได้รับคำร้องจากรัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่งและจากรัฐที่สามอีกหนึ่งรัฐหรือมากกว่า เพื่อขอให้ส่งบุคคลเดียวกันข้ามแดน ไม่ว่าจะในความผิดเดียวกันหรือความผิดแตกต่างกัน รัฐที่ได้รับการร้องขอจะตัดสินว่าจะส่งบุคคลนั้นข้ามแดนให้แก่รัฐใด ในการวินิจฉัย
รัฐดังกล่าวจะพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะดังต่อไปนี้ (ก) รัฐที่ความผิดได้กระทำขึ้น (ข) ในกรณีที่เกี่ยวกับความผิดที่แตกต่างกัน รัฐที่ขอให้ส่งบุคคลสำหรับความผิดซึ่งมีโทษหนักที่สุดตามกฎหมายของรัฐที่ได้รับการร้องขอ (ค) ในกรณีที่เกี่ยวกับความผิดที่แตกต่างกัน
ซึ่งรัฐที่ได้รับการร้องขอเห็นว่ามีความร้ายแรงเท่ากัน ลำดับคำร้องขอที่ได้รับจากรัฐที่ร้องขอ (ง) สัญชาติของผู้กระทำผิด และ (จ) ความเป็นไปได้ในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อระหว่างรัฐที่ร้องขอเหล่านั้น ข้อ ๑๓ หลักเกณฑ์ว่าด้วยการพิจารณาความผิดเฉพาะเรื่อง ๑. บุคคลที่ถูกส่งตัวข้ามแดนภายใต้สนธิสัญญานี้
จะไม่ถูกคุมขัง ดำเนินคดี หรือลงโทษในดินแดนของรัฐที่ร้องขอสำหรับความผิดอื่น นอกเหนือจากความผิดที่อนุญาตให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน และจะไม่ถูกส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนโดยรัฐนั้นไปยังรัฐที่สาม เว้นแต่ ก. บุคคลนั้นได้ออกจากดินแดนของรัฐที่ร้องขอ
ภายหลังการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและได้กลับเข้าไปในรัฐที่ร้องขอใหม่โดยสมัครใจ ข. บุคคลนั้นมิได้ออกไปจากดินแดนของรัฐที่ร้องขอภายใน ๔๕ วัน ภายหลังจากที่มีอิสระที่จะกระทำเช่นนั้น หรือ ค. รัฐที่ได้รับการร้องขอได้ให้ความยินยอมต่อการคุมขัง การดำเนินคดี
หรือการลงโทษบุคคลนั้นสำหรับความผิดอื่นนอกจากความผิดที่อนุญาตให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือต่อการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่รัฐที่สาม เพื่อความมุ่งประสงค์นี้ รัฐที่ได้รับการร้องขออาจจะขอให้มีการส่งเอกสารหรือคำแถลงซึ่งระบุไว้ในข้อ ๘ รวมถึงคำแถลงของบุคคลที่ถูกส่งตัวข้ามแดนที่เกี่ยวข้องกับความผิดนั้น
บทบัญญัติเหล่านี้จะไม่ใช้บังคับกับความผิดที่กระทำขึ้นภายหลังการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ๒. หากในระหว่างการดำเนินคดี ข้อกล่าวหาที่ใช้ส่งบุคคลนั้นข้ามแดนได้มีการเปลี่ยนแปลงไปโดยชอบด้วยกฎหมาย อันเนื่องมาจากกฎหมายใหม่หรือการกล่าวหา การต่อสู้คดี หรือผลจากการพิจารณาในความผิดที่มีโทษเบากว่า
บุคคลนั้นอาจจะถูกดำเนินคดีหรือถูกพิพากษาลงโทษตามนั้น ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาที่เปลี่ยนแปลงจะต้อง ก. มีมูลฐานตามข้อเท็จจริงชุดเดียวกันกับที่ระบุไว้ในคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนและในเอกสารสนับสนุน และ ข. มีกำหนดโทษขั้นสูงเท่าหรือต่ำกว่าความผิดที่บุคคลนั้นถูกส่งตัวข้ามแดน ข้อ ๑๔ วิธีการแบบย่อ
หากบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวยินยอมอย่างถอนไม่ได้เป็นลายลักษณ์อักษรให้ส่งตนเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้แจ้งให้ตัวบุคคลนั้นทราบถึงสิทธิของตนที่จะได้รับการพิจารณาตามกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการ และความคุ้มครองที่จะได้รับจากกระบวนการดังกล่าว
รัฐที่ได้รับการร้องขออาจจะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการ ข้อ ๑๕ การส่งมอบทรัพย์สิน ๑. เมื่อได้รับการร้องขอจากรัฐที่ร้องขอ และเท่าที่กฎหมายของตนอนุญาตไว้ รัฐที่ได้รับการร้องขอจะยึดและจะส่งมอบพร้อมกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งทรัพย์สิน (ก)
ที่อาจต้องใช้เป็นพยานหลักฐาน หรือ (ข) ที่ได้มาโดยผลของการกระทำความผิด และพบอยู่ในความครอบครองของบุคคลซึ่งถูกขอให้ส่งตัวในขณะที่ถูกจับกุมหรือค้นพบในภายหลัง ๒. ทรัพย์สินที่ระบุไว้ในวรรค ๑ ของข้อนี้จะส่งมอบให้ ถึงแม้ว่าการส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งได้อนุญาตแล้ว
ไม่สามารถที่จะดำเนินการส่งได้เนื่องจากบุคคลซึ่งถูกขอให้ส่งตัวถึงแก่ความตาย หายสาบสูญ หรือหลบหนีไป ๓. เมื่อทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องถูกยึดหรือถูกริบในอาณาเขตของรัฐที่ได้รับการร้องขอ รัฐดังกล่าวนี้อาจยึดทรัพย์สินนั้นไว้เป็นการชั่วคราวหรือส่งมอบให้โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องส่งทรัพย์สินนั้นคืน
เพื่อใช้ในคดีอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ ๔. สิทธิใด ๆ ในทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งรัฐที่ได้รับการร้องขอ หรือรัฐหรือบุคคลใดอาจได้มาแล้วนั้นจะได้รับการสงวนรักษาไว้ ในกรณีที่สิทธิดังกล่าวนี้มีอยู่ ทรัพย์สินนั้นจะถูกคืนตามคำขอโดยไม่คิดค่าภาระใด ๆ
ให้แก่รัฐที่ได้รับการร้องขอโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ภายหลังการดำเนินคดี ข้อ ๑๖ การผ่านแดน ๑. รัฐภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจอนุญาตให้บุคคลซึ่งถูกส่งมอบตัวโดยรัฐที่สามให้รัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่งผ่านดินแดนของตน
รัฐภาคีที่ร้องขอการผ่านแดนต้องส่งคำร้องขอผ่านแดนโดยวิถีทางการทูตระบุรายละเอียดของบุคคลที่ถูกส่งผ่านแดนและคำแถลงย่อเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในคดีให้แก่รัฐที่จะให้ผ่านแดน ในกรณีที่ใช้การขนส่งทางอากาศและมิได้มีการกำหนดที่จะลงจอดในดินแดนของรัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง การอนุญาตเช่นว่านั้นไม่จำเป็น ๒.
หากมีการลงจอดโดยไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าในดินแดนของรัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่งเกิดขึ้น การผ่านแดนจะอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติวรรค ๑ ของข้อนี้ รัฐภาคีนั้นอาจจะคุมขังบุคคลที่จะถูกส่งผ่านแดนได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน ๙๖ ชั่วโมงในระหว่างรอคำร้องขอผ่านแดน ข้อ ๑๗ ค่าใช้จ่ายและการช่วยเหลือ ๑.
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในดินแดนของรัฐที่ได้รับการร้องขอโดยเหตุแห่งการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จนถึงเวลาส่งมอบตัวบุคคลซึ่งจะถูกส่งผู้ร้ายข้ามแดน ให้เป็นภาระของรัฐนั้น ๒. รัฐที่ได้รับการร้องขอจะปรากฏตัวแทนรัฐที่ร้องขอและดำเนินการตามกระบวนการที่เกิดจากคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ๓.
รัฐที่ได้รับการร้องขอจะไม่เรียกร้องจากรัฐที่ร้องขอ ซึ่งค่าชดใช้ทางการเงินอันเนื่องมาจากการจับกุม คุมขัง สอบสวน และส่งมอบตัวบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวภายใต้บทบัญญัติของสนธิสัญญานี้ ข้อ ๑๘ ขอบเขตการใช้สนธิสัญญา สนธิสัญญานี้จะใช้กับความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ภายใต้สนธิสัญญานี้
ซึ่งได้กระทำขึ้นก่อนหรือหลังจากวันที่สนธิสัญญานี้เริ่มมีผลใช้บังคับ ข้อ ๑๙ การให้สัตยาบันและการเริ่มมีผลใช้บังคับ ๑. สนธิสัญญานี้จะต้องได้รับการสัตยาบัน สัตยาบันสารจะแลกเปลี่ยนกันที่กรุงเทพฯ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 4 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พ.ศ. 2543ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง