มาตรา 34 พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2496 (ยกเลิก)
หมวด ๑๕ ทบวงการเมืองเทียบฐานะเท่ากรม
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๓๔ ให้มีทบวงการเมืองเทียบฐานะเท่ากรม ดังต่อไปนี้ (๑) การพลังงานแห่งชาติ (๒) ราชบัณฑิตยสถาน (๓) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (๔) สำนักพระราชวัง (๕) สำนักราชเลขาธิการ (๖) สภาป้องกันราชอาณาจักร (๗) สภามหาวิทยาลัยแห่งชาติ (๘) สำนักงานสภาวิจัยแห่งชาติ
๑. การพลังงานแห่งชาติ มาตรา ๓๕ ให้การพลังงานแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และให้อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
๒. ราชบัณฑิตยสถาน มาตรา ๓๖ ให้ราชบัณฑิตสถานมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และให้อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๓. สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๓๗ ให้สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับกิจการฝ่ายธุรการของสภาผู้แทนราษฎร และให้อยู่บังคับบัญชาของประธานสภาผู้แทนราษฎร
๔. สำนักพระราชวัง มาตรา ๓๘ ให้สำนักพระราชวังมีอำนาจและหน้าที่จัดการพระราชวังตลอดจนการดูแลรักษาทรัพย์สินและผลประโยชน์ของพระมหากษัตริย์ และให้อยู่ในบังคับของนายกรัฐมนตรี
๕. สำนักราชเลขาธิการ มาตรา ๓๙ ให้สำนักราชเลขาธิการมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการเลขานุการในพระองค์พระมหากษัตริย์ และให้อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
๖. สภาป้องกันราชอาณาจักร มาตรา ๔๐ ให้สภาป้องกันราชอาณาจักรมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และให้อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
๗. สภามหาวิทยาลัยแห่งชาติ มาตรา ๔๑ ให้สภามหาวิทยาลัยแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และให้อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
๘. สำนักงานสภาวิจัยแห่งชาติ มาตรา ๔๒ ให้สำนักงานสภาวิจัยแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับกิจการของสภาวิจัยแห่งชาติตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และให้อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เวลานี้ราชการในสำนักนายกรัฐมนตรีมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทั้งเป็นงานที่มีคุณภาพสูง สมควรจะได้ปรับปรุงส่วนราชการของสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งจะได้เรียกชื่อใหม่ว่า สำนักคณะรัฐมนตรีเสียใหม่ โดยแยกออกเป็นสองทบวง
แต่ละทบวงให้มีกรมและทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบกรมสังกัดอยู่ ให้เหมาะสมกับหน้าที่ราชการของทบวงนั้น ๆ โดยให้รวบรวมงานที่มีลักษณะอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันเข้าไว้ในหน่วยงานราชการอันเดียวกัน เพื่อจะได้มีการประสานโดยใกล้ชิด ในการนี้จำเป็นจะต้องบัญญัติพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ขึ้นใหม่
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยการสังคมสงเคราะห์มีความสำคัญต่อความเป็นอยู่และความผาสุกของประชาชน รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมขยายงานด้านนี้แล้วหลายประการ โดยเฉพาะการประกันสังคมซึ่งเป็นหลักการที่นานาชาตินิยมจัดทำกัน
รัฐบาลจึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการประกันสังคมขึ้น เพื่อให้บุคคลแต่ละคนและครอบครัวได้รับความผาสุกและความมั่นคงในการดำรงชีวิต ฉะนั้น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตั้งกรมประกันสังคมขึ้น เพื่อบริหารงานด้านนี้ต่อไป
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๗
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยการฝึกหัดครูในขณะนี้ได้แยกกันจัดอยู่ในกรมต่าง ๆ คือ กรมวิสามัญศึกษา กรมอาชีวศึกษา และกรมพลศึกษา ต่างกรมต่างจัดการดำเนินงานยังไม่ประสานกันสนิท เป็นเหตุให้ได้ครูไม่ตรงกับความประสงค์อันแท้จริงของโรงเรียนทุกประเภท
เพื่อให้การฝึกหัดครูได้มาตรฐานดียิ่งขึ้นเหมาะสมกับกาลสมัย จึงสมควรจัดรวมการฝึกหัดครูให้อยู่ในกรมเดียวกัน จะได้ก่อให้เกิดเอกภาพ เป็นการประหยัดและมีประสิทธิภาพที่จะปรับปรุงครูให้มีปริมาณและคุณภาพสูงขึ้น ได้ผลสมความต้องการในอันที่จะจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาชาติ
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๙๙
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม กำหนดให้สำนักงานสภาป้องกันราชอาณาจักรสังกัดอยู่ในทบวงคณะรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองสำนักคณะรัฐมนตรีนั้น ยังไม่เหมาะสมกับลักษณะงานที่ปฏิบัติ เพราะสภาป้องกันราชอาณาจักรควรจะดำเนินการเป็นอิสระ
รัฐบาลจึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติสภาป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๔๙๙ เพื่อให้สภาป้องกันราชอาณาจักรเป็นทบวงการเมืองเทียบฐานะเท่ากรมอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี อนึ่ง โดยที่เห็นสมควรให้มีสภามหาวิทยาลัยแห่งชาติขึ้น เพื่อพิจารณาให้การศึกษา ตลอดจนการวางหลักสูตร การจัดตั้งคณะและแผนกวิชา
และการแต่งตั้งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน รัฐบาลจึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติสภามหาวิทยาลัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๙๙ เพื่อให้มีฐานะเป็นทบวงการเมืองเทียบฐานะเท่ากรม อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ฉะนั้น
เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว จึงเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เสียใหม่
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๙
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ตามที่รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติสภาวิจัยแห่งชาติ เพื่อกำหนดอำนาจและหน้าที่ของสภาวิจัยแห่งชาติ ต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วนั้น จำเป็นที่จะต้องจัดตั้งสำนักงานสำหรับสภาดังกล่าวเพื่อควบคุมบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของสภา
โดยให้มีฐานะเป็นทบวงการเมืองอิสระอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๑
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่าราชการบางกระทรวง ทบวง กรม ในขณะนี้ยังไม่เหมาะสมและไม่ประหยัด ราชการบางอย่างไม่สมควรจัดตั้งเป็นกระทรวง หรือกรม ราชการบางอย่างมีลักษณะอย่างเดียวกันและไม่สำคัญ ควรยุบหรือรวมกันไว้ในกระทรวงหรือกรมเดียวกันได้
ส่วนสภาวัฒนธรรมแห่งชาตินั้น ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นทบวงการเมือง ฉะนั้น จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๒
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้โอนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตามความในพระราชบัญญัติโอนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๐๒
จึงไม่จำเป็นต้องมีกรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในกระทรวงเกษตรกรมมหาวิทยาลัย ในกระทรวงศึกษาธิการ และกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในกระทรวงสาธารณสุข อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อยุบเลิกกรมมหาวิทยาลัยนั้น ๆ เสีย
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๐๓
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ การจัดส่วนราชการในกระทรวงต่างประเทศที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ได้ถือตามเขตภูมิศาสตร์ คือแบ่งเป็นกรมยุโรปและอเมริกา และกรมอาเซียและแอฟริกา ปรากฏว่าปริมาณของงานไม่ได้ส่วนสัดสมดุลย์กัน ทั้งมิได้มีส่วนราชการที่ดำเนินงานรับผิดชอบในด้านเศรษฐกิจ สารนิเทศ
และสนธิสัญญาและความตกลงระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงสมควรปรับปรุงส่วนราชการเสียใหม่ให้เป็นตามลักษณะของงาน
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๐๔
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กิจการงานที่อยู่ในหน้าที่กระทรวงการคลังในส่วนที่เกี่ยวกับการเศรษฐกิจและการคลัง เป็นกิจการที่มีความสำคัญมาก ขณะนี้กิจการเหล่านี้ได้แยกปฏิบัติอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ หลายหน่วยงานด้วยกัน ทำให้การปฏิบัติจัดทำเกิดการสับสนและไม่ประสานกัน
เพื่อให้กิจการดังว่านี้ได้ดำเนินไปด้วยดียิ่งขึ้น สมควรจัดรวมไว้ในหน่วยงานเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังขึ้น และให้เป็นทบวงการเมืองมีฐานะเทียบกรม
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 34 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2496 (ยกเลิก)ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง