มาตรานี้กำหนดการจัดการกับปุ๋ยเคมี ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุ และเอกสารที่ได้ยึดหรืออายัดไว้ โดยถ้าไม่ปรากฏเจ้าของหรือผู้ครอบครอง หรือพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดไม่พิพากษาให้ริบ และเจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ร้องขอรับคืนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ยึดหรืออายัด วันที่ทราบคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือวันที่ศาลพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี ให้ตกเป็นของกรมวิชาการเกษตรเพื่อจัดการตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ถ้าสิ่งที่ยึดหรืออายัดเป็นของเสียง่าย หรือหน่วงช้าไว้จะเสี่ยงความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาเกินราคาตลาด พนักงานเจ้าหน้าที่โดยอนุมัติของอธิบดีจะขายทอดตลาดก่อนถึงกำหนดก็ได้ และให้ยึดเงินสุทธิที่ได้ไว้แทน
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 46 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณให้ตกเป็นของกรมวิชาการเกษตรเพื่อจัดการตามที่เห็นสมควร ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ร้องขอรับคืนภายในเก้าสิบวันตามที่ตัวบทกำหนด
พนักงานเจ้าหน้าที่โดยอนุมัติของอธิบดีจะจัดการขายทอดตลาดก่อนถึงกำหนดก็ได้ และให้ยึดเงินจำนวนสุทธิที่ได้ไว้แทน
ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ยึดหรืออายัด วันที่ทราบคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือวันที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดไม่พิพากษาให้ริบ แล้วแต่กรณี
↑ ดูพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)