มาตรา 22 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช 2477
หมวด ๓ องค์คณะผู้พิพากษา
มาตรา ๒๒ ในศาลชั้นต้นผู้พิพากษานายเดียวมีอำนาจเกี่ยวแก่คดีซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลนั้นดังต่อไปนี้ (๑) ทำการไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องหรือคำขอที่ยื่นต่อศาลในคดีแพ่ง (๒) ทำการไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งในคดีอาญา (๓) พิจารณาพิพากษาคดีแพ่งซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้องไม่เกินห้าร้อยบาท
หรือเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์นอกจากคดีที่เกี่ยวด้วยสิทธิตามสภาพบุคคล และสิทธิในครอบครัว (๔) พิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ทั้งนี้ จะลงโทษจำคุกเกินหกเดือน หรือปรับเกินห้าร้อยบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับเกินกว่านี้หาได้ไม่ (๕) พิจารณาคดีแพ่งซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาท หรือจำนวนเงินที่ฟ้องเกินกว่าห้าร้อยบาทขึ้นไปแต่ไม่เกินสองพันบาท หรือคดีอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกเกินกว่าสามปีขึ้นไปแต่ไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับเกินกว่าสองพันบาท หรือทั้งจำปรับ
ในคดีที่ผู้พิพากษานายเดียวมีแต่เพียงอำนาจพิจารณาไม่มีอำนาจพิพากษาตามอนุมาตรา ๔ และอนุมาตรา ๕ นั้น เมื่อจะพิพากษาคดีจะต้องมีผู้พิพากษาอีกอย่างน้อยนายหนึ่งตรวจสำนวนและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาเป็นองค์คณะด้วย
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 22 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช 2477ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง