มาตรา 13 พระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545
หมวด ๒ วัตถุประสงค์
มาตรา ๑๓ ห้ามมิให้ธนาคารกระทำการ ดังต่อไปนี้ (๑) รับหุ้นของธนาคารเป็นประกัน (๒) ถือหุ้นในสถาบันการเงินอื่น เว้นแต่ (ก) เป็นการได้มาจากการชำระหนี้หรือการประกันการให้ยืมเงิน แต่ต้องจำหน่ายภายในเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ได้มา (ข) เป็นการได้มาเนื่องจากการประกอบธุรกิจอื่นที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี หรือ (ค)
เป็นการได้มาโดยได้รับผ่อนผันจากรัฐมนตรี ในการผ่อนผันนั้นจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ (๓) ร่วมลงทุนกับ หรือให้ยืมเงินแก่กรรมการของธนาคาร การกระทำดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นการร่วมลงทุนกับ หรือให้ยืมเงินแก่กรรมการนั้นด้วย (ก) ร่วมลงทุนกับ
หรือให้ยืมเงินแก่คู่สมรสหรือบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการ (ข) ร่วมลงทุนกับ หรือให้ยืมเงินแก่ห้างหุ้นส่วนสามัญที่กรรมการหรือบุคคลตาม (ก) เป็นหุ้นส่วน (ค) ร่วมลงทุนกับ หรือให้ยืมเงินแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่กรรมการหรือบุคคลตาม (ก) เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด
หรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่มีหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของทุนทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น (ง) ร่วมลงทุนกับ หรือให้ยืมเงินแก่บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่กรรมการหรือบุคคลตาม (ก) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (ข) หรือ (ค)
ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดนั้น (จ) ร่วมลงทุนกับ หรือให้ยืมเงินแก่บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่กรรมการหรือบุคคลตาม (ก) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (ข) หรือ (ค) หรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตาม (ง)
ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของธนาคาร (ฉ) การรับรอง รับอาวัลหรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงินที่กรรมการหรือบุคคลตาม (ก) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (ข) หรือ (ค) หรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตาม (ง) หรือ (จ) เป็นผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋ว หรือผู้สลักหลัง (ช)
การประกันหนี้ใด ๆ ของกรรมการหรือบุคคลตาม (ก) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (ข) หรือ (ค) หรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตาม (ง) หรือ (จ) (๔) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นแก่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของธนาคารเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับหรือเนื่องจากการกระทำหรือการประกอบธุรกิจใด ๆ ของธนาคาร ทั้งนี้
นอกจากบำเหน็จ เงินเดือน รางวัล และเงินเพิ่มอย่างอื่นบรรดาที่พึงจ่ายตามปกติ
สรุปมาตรา 13 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้ห้ามธนาคารกระทำการสี่กลุ่ม ได้แก่ รับหุ้นของธนาคารเป็นประกัน ถือหุ้นในสถาบันการเงินอื่นเว้นแต่กรณียกเว้น ร่วมลงทุนหรือให้ยืมเงินแก่กรรมการซึ่งขยายไปถึงบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง และจ่ายเงินหรือทรัพย์สินแก่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนนอกเหนือจากที่พึงจ่ายตามปกติ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 13 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 13
ธนาคารรับหุ้นของตนเองเป็นประกันได้หรือไม่
ไม่ได้ ตัวบทห้ามรับหุ้นของธนาคารเป็นประกันไว้เป็นข้อแรก
ธนาคารถือหุ้นในสถาบันการเงินอื่นได้ในกรณีใด
สามกรณี คือ ได้มาจากการชำระหนี้หรือการประกันการให้ยืมเงินซึ่งต้องจำหน่ายภายในหกเดือนนับแต่วันที่ได้มา ได้มาเนื่องจากการประกอบธุรกิจอื่นที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี หรือได้มาโดยได้รับผ่อนผันจากรัฐมนตรี
ข้อห้ามร่วมลงทุนหรือให้ยืมเงินแก่กรรมการครอบคลุมถึงใครบ้าง
ครอบคลุมถึงคู่สมรสหรือบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการ ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลเหล่านั้นเป็นหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทที่ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบตามที่ตัวบทกำหนด
การค้ำประกันหรือรับอาวัลให้กรรมการถือเป็นข้อห้ามด้วยหรือไม่
ถือเป็นข้อห้ามด้วย ทั้งการรับรอง รับอาวัลหรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงินของบุคคลกลุ่มดังกล่าว และการประกันหนี้ใด ๆ ของบุคคลกลุ่มดังกล่าว
ธนาคารจ่ายค่านายหน้าให้พนักงานของตนได้หรือไม่
ไม่ได้ ตัวบทห้ามจ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นแก่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับหรือเนื่องจากการกระทำหรือการประกอบธุรกิจใด ๆ ของธนาคาร นอกจากบำเหน็จ เงินเดือน รางวัล และเงินเพิ่มอย่างอื่นบรรดาที่พึงจ่ายตามปกติ
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง