มาตรา 18 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 (ยกเลิก)
หมวด ๒ ธุรกิจนำเที่ยว
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๘ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องวางหลักประกันซึ่งได้แก่เงินสด หนังสือค้ำประกันของธนาคาร พันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไทยค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันต่อผู้ว่าการ
เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการจ้างที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีอยู่กับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งนี้ ตามจำนวนเงินประกันที่กำหนดในกฎกระทรวง
การจัดการเกี่ยวกับดอกผลของหลักประกันและการเปลี่ยนหลักประกันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๘/๑ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ประสงค์จะใช้สิทธิร้องเรียนผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยและต้องวางหลักประกันซึ่งได้แก่ เงินสด หนังสือค้ำประกันของธนาคาร
พันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไทยค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันต่อผู้ว่าการ เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีอยู่กับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ทั้งนี้
ตามจำนวนเงินประกันที่กำหนดในกฎกระทรวง กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้วางหลักประกันไว้ตามวรรคหนึ่ง หากประสงค์ขอถอนคืนหลักประกันนั้นจะต้องมาแจ้งความประสงค์บอกเลิกการใช้สิทธิร้องเรียนต่อนายทะเบียนและเมื่อได้รับหลักประกันแล้ว
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวผู้นั้นจะมาแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิร้องเรียนอีกไม่ได้ การแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิร้องเรียนและการบอกเลิกการใช้สิทธิร้องเรียน การจัดการเกี่ยวกับดอกผลของหลักประกัน และการเปลี่ยนแปลงหลักประกันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
สรุปมาตรา 18 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
หน้านี้มีสองบทต่อเนื่องกัน บทแรกให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องวางหลักประกันต่อผู้ว่าการ เพื่อประกันความเสียหายจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงกับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่วนบทถัดมากำหนดให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ประสงค์ใช้สิทธิร้องเรียนต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรและวางหลักประกันด้วย หมายเหตุ: กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 18 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 18
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องวางหลักประกันแบบใด
เงินสด หนังสือค้ำประกันของธนาคาร พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไทยค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน โดยวางต่อผู้ว่าการ
หลักประกันนั้นใช้ประกันความเสียหายเรื่องใด
ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการจ้างที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีอยู่กับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่จะใช้สิทธิร้องเรียนต้องทำอย่างไร
ต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยและต้องวางหลักประกันต่อผู้ว่าการ เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ตนมีอยู่กับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ถอนคืนหลักประกันของผู้ใช้สิทธิร้องเรียนได้หรือไม่
ได้ แต่ต้องมาแจ้งความประสงค์บอกเลิกการใช้สิทธิร้องเรียนต่อนายทะเบียน และเมื่อได้รับหลักประกันคืนแล้ว ผู้นั้นจะมาแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิร้องเรียนอีกไม่ได้
จำนวนเงินประกันกำหนดไว้ที่ใด
ตามจำนวนเงินประกันที่กำหนดในกฎกระทรวง รวมทั้งการจัดการดอกผลของหลักประกันและการเปลี่ยนหลักประกันก็เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 (ยกเลิก)ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง