มาตรา 17 พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542
หมวด ๒ การทุ่มตลาด
ℹ️ เอกสารต้นทางรวมกฎหมายหลายฉบับไว้ด้วยกัน จึงมีมาตรา 17 มากกว่าหนึ่งฉบับ — ด้านล่างแยกตามฉบับให้แล้ว โดยเรียงฉบับหลักไว้ก่อน
พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 ฉบับหลัก
มาตรา ๑๗ ในกรณีเป็นการนำสินค้าเข้ามาในประเทศไทยโดยการส่งออกจากประเทศอื่นซึ่งมิใช่ประเทศแหล่งกำเนิด ให้ใช้ข้อมูลราคาที่เป็นอยู่ในประเทศผู้ส่งออกนั้นเป็นเกณฑ์ในการหามูลค่าปกติตามมาตรา ๑๕ แต่ถ้ามีเหตุอันควรจะใช้ราคาในประเทศแหล่งกำเนิดเป็นเกณฑ์ในการหามูลค่าปกติก็ได้
โดยเฉพาะในกรณีที่สินค้านั้นเป็นเพียงการขนถ่ายผ่านประเทศผู้ส่งออก หรือสินค้านั้นไม่มีการผลิตในประเทศผู้ส่งออก หรือไม่มีราคาที่จะเปรียบเทียบกันได้ในประเทศผู้ส่งออก
พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕
มาตรา ๑๗ ในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้แก้ไขคำว่า “อธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์” เป็น “อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ”
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแล้ว
และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น
เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ
เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอำนาจหน้าที่ว่าตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของหน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี
ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจหน้าที่ และเพิ่มผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
สรุปมาตรา 17 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
หน้านี้มีข้อความสองส่วนซ้อนกัน ส่วนแรกคือมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 กำหนดว่าในกรณีนำสินค้าเข้ามาในประเทศไทยโดยส่งออกจากประเทศอื่นซึ่งมิใช่ประเทศแหล่งกำเนิด ให้ใช้ข้อมูลราคาที่เป็นอยู่ในประเทศผู้ส่งออกนั้นเป็นเกณฑ์ในการหามูลค่าปกติตามมาตรา 15 แต่ถ้ามีเหตุอันควรจะใช้ราคาในประเทศแหล่งกำเนิดก็ได้ โดยเฉพาะกรณีที่สินค้าเป็นเพียงการขนถ่ายผ่านประเทศผู้ส่งออก หรือไม่มีการผลิตในประเทศผู้ส่งออก หรือไม่มีราคาที่เปรียบเทียบกันได้ ส่วนที่สองเป็นบทของพระราชกฤษฎีกาแก้ไขชื่อส่วนราชการ ให้แก้คำว่าอธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์เป็นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมหมายเหตุเหตุผลในการประกาศใช้ ⚠️ สองส่วนนี้มาจากคนละฉบับ ควรตรวจตัวบทเต็มก่อนใช้อ้างอิง
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 17 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 17
สินค้าที่ส่งผ่านประเทศที่สามใช้ราคาของประเทศใดเป็นเกณฑ์
โดยหลักใช้ราคาที่เป็นอยู่ในประเทศผู้ส่งออก แต่ถ้ามีเหตุอันควรจะใช้ราคาในประเทศแหล่งกำเนิดก็ได้
กรณีใดที่ควรใช้ราคาประเทศแหล่งกำเนิดแทน
กรณีที่สินค้านั้นเป็นเพียงการขนถ่ายผ่านประเทศผู้ส่งออก หรือไม่มีการผลิตในประเทศผู้ส่งออก หรือไม่มีราคาที่จะเปรียบเทียบกันได้ในประเทศผู้ส่งออก
ทำไมหน้านี้จึงมีข้อความเรื่องเปลี่ยนชื่อกรมปนอยู่
เป็นบทของพระราชกฤษฎีกาแก้ไขชื่อส่วนราชการที่ถูกจัดเก็บรวมมาในหน้าเดียวกัน ให้เปลี่ยนอธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์เป็นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ไม่ใช่เนื้อความของมาตรา 17 ในส่วนแรก
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง