มาตรา 33 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543
หมวด ๒ ข้าราชการตุลาการ
มาตรา ๓๓ ข้าราชการตุลาการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือขอลาออก และเมื่อประธานศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ลาออกแล้ว ให้ข้าราชการตุลาการผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันอนุญาต ในการนี้ ประธานศาลฎีกามีอำนาจที่จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันขอลาออกได้
หากเห็นว่ากรณีเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ แต่ต้องแจ้งการยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ขอลาออกทราบ และเมื่อครบกำหนดเวลาที่ยับยั้งแล้วให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาที่ยับยั้ง
ถ้าประธานศาลฎีกาไม่ได้อนุญาตให้ลาออกและไม่ได้ยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ขอลาออก ให้การลาออกมีผลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสามสิบวันนั้น ในกรณีที่ประธานศาลฎีกาประสงค์จะลาออก ให้แจ้งเป็นหนังสือแก่ ก.ต. และเมื่อ ก.ต. ได้อนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง
ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเพื่อดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการการเลือกตั้ง กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อประธานศาลฎีกาหรือ ก.ต. แล้วแต่กรณี และให้การลาออกมีผลนับแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก
สรุปมาตรา 33 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้กำหนดว่าข้าราชการตุลาการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือขอลาออก และเมื่อประธานศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตแล้วให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันอนุญาต โดยประธานศาลฎีกามีอำนาจยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้ได้ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันขอลาออก หากเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ แต่ต้องแจ้งการยับยั้งพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอลาออกทราบ และเมื่อครบกำหนดที่ยับยั้งแล้วให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนด ทั้งนี้ ถ้าประธานศาลฎีกาไม่ได้อนุญาตและไม่ได้ยับยั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันขอลาออก ให้การลาออกมีผลเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนั้น ส่วนกรณีที่ประธานศาลฎีกาประสงค์จะลาออกให้แจ้งเป็นหนังสือแก่ ก.ต. และเมื่อ ก.ต. อนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง และในกรณีที่ลาออกเพื่อไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อประธานศาลฎีกาหรือ ก.ต. แล้วแต่กรณี และให้การลาออกมีผลนับแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 33 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 33
ผู้พิพากษาลาออกมีผลเมื่อใด
เมื่อประธานศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต ให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันอนุญาต และถ้าไม่อนุญาตและไม่ยับยั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันขอลาออก ให้การลาออกมีผลเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนั้น
ประธานศาลฎีกายับยั้งการลาออกได้นานเท่าใด
ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันขอลาออก หากเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ และต้องแจ้งการยับยั้งพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอลาออกทราบ
ลาออกไปลงการเมืองมีผลเมื่อใด
ให้การลาออกมีผลนับแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก สำหรับกรณีลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือสมัครรับเลือกตั้ง
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง