มาตรา ๑๒ กำหนดหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อได้รับหมายกักเรือจากศาล ได้แก่ (๑) ส่งหมายกักเรือให้นายเรือหรือผู้ควบคุมเรือลงลายมือชื่อรับไว้ในใบรับเป็นหลักฐาน (๒) ปิดหมายกักเรือไว้ ณ ที่แลเห็นได้ง่ายในเรือ (๓) ดำเนินการอย่างอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุผลตามหมายกักเรือ และ (๔) แจ้งเป็นหนังสือให้สถานกงสุลของประเทศที่เรือนั้นมีสัญชาติทราบถึงการกักเรือ หากนายเรือหรือผู้ควบคุมเรือปฏิเสธไม่ยอมลงลายมือชื่อรับ เจ้าพนักงานบังคับคดีชอบที่จะขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือตำรวจไปด้วยเพื่อเป็นพยาน และถ้ายังปฏิเสธอีกก็ให้วางหมายกักเรือไว้ ณ ที่นั้น โดยถือว่าได้รับหมายแล้ว ส่วนกรณีที่ส่งไม่ได้ ให้ปิดหมายไว้ ณ ที่แลเห็นได้ง่ายในเรือและถือว่าได้รับหมายแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำรายงานการปฏิบัติหน้าที่ส่งต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวนความ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 12 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณต้องส่งหมายให้นายเรือหรือผู้ควบคุมเรือลงลายมือชื่อรับ ปิดหมายไว้ในที่แลเห็นได้ง่ายในเรือ ดำเนินการอย่างอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุผลตามหมาย และแจ้งเป็นหนังสือให้สถานกงสุลของประเทศที่เรือนั้นมีสัญชาติทราบ
เจ้าพนักงานบังคับคดีชอบที่จะขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือตำรวจไปด้วยเพื่อเป็นพยาน และถ้ายังปฏิเสธอีกก็ให้วางหมายกักเรือไว้ ณ ที่นั้น โดยให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวได้รับหมายกักเรือนั้นแล้ว
ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สถานกงสุลของประเทศที่เรือนั้นมีสัญชาติทราบถึงการกักเรือ ตามที่ (๔) กำหนดไว้
ต้องทำรายงานการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรานี้ และส่งต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวนความต่อไป
↑ ดูพระราชบัญญัติการกักเรือ พ.ศ. 2534ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)