มาตรา 5 พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การดาวเทียมเคลื่อนที่ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2550
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
พิธีสารว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ขององค์การดาวเทียมเคลื่อนที่ระหว่างประเทศ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อแก้ไขความตกลง จัดทำ ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๑ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๒ พิธีสารว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันขององค์การดาวเทียมเคลื่อนที่ระหว่างประเทศ
รัฐภาคีพิธีสารนี้ คำนึงถึงอนุสัญญาว่าด้วยองค์การดาวเทียมเคลื่อนที่ระหว่างประเทศ ซึ่งเปิดให้ลงนาม ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ค.ศ. ๑๙๗๖ ดังที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว และโดยเฉพาะข้อ ๙ (๖) ของอนุสัญญาที่แก้ไขแล้วนี้ รับทราบว่า
องค์การจะได้จัดทำความตกลงว่าด้วยสำนักงานใหญ่กับรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือ ในวันที่ ๑๕ เมษายน ค.ศ. ๑๙๙๙ พิจารณาว่า ความมุ่งหมายของพิธีสารนี้คือเพื่ออำนวยให้เกิดความสำเร็จตามความมุ่งประสงค์ขององค์การ และเพื่อประกันการปฏิบัติภาระหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพขององค์การ ได้ตกลงกัน ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การใช้ถ้อยคำ เพื่อความมุ่งประสงค์ของพิธีสาร (ก) “อนุสัญญา” หมายถึง อนุสัญญาว่าด้วยการดาวเทียมเคลื่อนที่ระหว่างประเทศ รวมทั้งภาคผนวกของอนุสัญญา ซึ่งเปิดให้ลงนาม ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ค.ศ. ๑๙๗๖ ดังที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว (ข) “ภาคีอนุสัญญา” หมายถึง รัฐซึ่งอนุสัญญาใช้บังคับ (ค)
“องค์การ” หมายถึง องค์การดาวเทียมเคลื่อนที่ระหว่างประเทศ (ง) “ภาคีที่ตั้งสำนักงานใหญ่” หมายถึง ภาคีอนุสัญญาที่องค์การได้ตั้งสำนักงานใหญ่ขององค์การอยู่ในอาณาเขต (จ) “ภาคีพิธีสาร” หมายถึง รัฐซึ่งพิธีสารนี้ หรือซึ่งพิธีสารฉบับนี้ที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ใช้บังคับ (ฉ) “บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่”
หมายถึง ผู้อำนวยการและบุคคลใดก็ตามที่องค์การว่าจ้างให้ทำงานเต็มเวลา และอยู่ภายใต้กฎข้อบังคับบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ขององค์การ (ช) “ผู้แทน” ในกรณีภาคีพิธีสารและภาคีสำนักงานใหญ่ หมายถึง ผู้แทนขององค์การ และในแต่ละกรณี หมายถึง หัวหน้าคณะผู้แทน ผู้แทนสำรอง และที่ปรึกษา (ซ) “เอกสาร” รวมถึงต้นฉบับ
จดหมายโต้ตอบ เอกสาร ภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกที่ผลิตจากกระบวนการทางแสงและแม่เหล็กแถบบันทึกข้อมูล งานนำเสนอที่เป็นกราฟฟิคและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นของหรือยึดถือไว้โดยองค์การ (ฌ) “กิจกรรมเป็นทางการ” ขององค์การ หมายถึง กิจกรรมที่ดำเนินงานโดยองค์การตามวัตถุประสงค์ดังระบุไว้ในอนุสัญญา
และรวมถึงกิจกรรมทางด้านบริหารขององค์การ (ญ) “ผู้เชี่ยวชาญ” หมายถึง บุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกคณะเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้รับผิดชอบงานพิเศษของหรือในนามของและโดยค่าใช้จ่ายขององค์การ (ฎ) “ทรัพย์สิน” หมายถึง สิ่งใด ๆ ที่สามารถจะถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของได้รวมทั้งสิทธิตามสัญญา ข้อ ๒
ความคุ้มกันขององค์การจากเขตอำนาจศาลและการบังคับคดี (๑) เว้นแต่องค์การได้สละความคุ้มกันอย่างชัดแจ้งในกรณีหนึ่งใดโดยเฉพาะให้องค์การภายในขอบข่ายของกิจกรรมทางการขององค์การ ได้รับความคุ้มกันจากเขตอำนาจศาล เว้นแต่ที่เกี่ยวกับ (ก) กิจกรรมทางพาณิชย์ใด ๆ (ข) การฟ้องคดีแพ่งโดยบุคคลที่สาม
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุโดยสาเหตุจากยานยนต์ หรือยานพาหนะขนส่งอื่น ที่เป็นของหรือที่ใช้ในนามขององค์การ หรือในเรื่องของความผิดทางจราจรที่เกี่ยวกับยานพาหนะขนส่งเช่นว่านั้น (ค) การอายัดตามคำสั่งถึงที่สุดของศาล
ซึ่งเงินเดือนและค่าจ้างรวมทั้งสิทธิในการได้รับบำนาญซึ่งองค์การค้างจ่ายบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่หรืออดีตบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ (ง) การฟ้องแย้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนพิจารณาของศาลที่องค์การเป็นฝ่ายเริ่มคดี (๒) แม้จะเป็นกรณีตามวรรคหนึ่ง
ห้ามมิให้ภาคีของอนุสัญญาหรือบุคคลที่กระทำการแทนหรือมีสิทธิเรียกร้องจากภาคีอนุสัญญาเหล่านั้นนำคดีฟ้องร้องต่อศาลของภาคีพิธีสารในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องสิทธิและพันธกรณีตามอนุสัญญา (๓) ทรัพย์สินและสินทรัพย์ขององค์การ ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใดและผู้ใดถือครองให้ได้รับความคุ้มกันจากการค้น การหน่วงเหนี่ยว
การเรียกเกณฑ์ การยึด การริบ การเวนคืน การอายัดทรัพย์ระหว่างคดี หรือการบังคับคดี ไม่ว่าจะโดยการกระทำทางบริหาร ทางปกครอง หรือทางศาล เว้นแต่ที่เกี่ยวกับ (ก) การอายัดหรือการบังคับคดีเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลถึงที่สุด ที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ
ที่ดำเนินต่อองค์การตามกรณีในวรรคหนึ่ง (ข) การฟ้องคดีที่กระทำตามกฎหมายของรัฐที่เกี่ยวข้องอันจำเป็น เป็นการชั่วคราวที่เกี่ยวเนื่องกับการป้องกันและการสืบสวนในเรื่องอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์หรือพาหนะขนส่งอื่นซึ่งเป็นของหรือใช้ในนามขององค์การ (ค)
การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะและที่มีการจ่ายเงินค่าทดแทนที่เป็นธรรมโดยพลัน ทั้งนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าการเวนคืนนั้นจะต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาระหน้าที่และการปฏิบัติงานขององค์การ ข้อ ๓ การละเมิดมิได้ซึ่งบรรณสาร
บรรณสารขององค์การจะละเมิดมิได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดและไม่ว่าผู้ใดถือครอง ข้อ ๔ การยกเว้นจากภาษีและอากร (๑) ภายในขอบข่ายแห่งกิจกรรมทางการขององค์การ ให้องค์การทรัพย์สินและรายได้ขององค์การได้รับยกเว้นจากภาษีทางตรงในประเทศทั้งปวงและภาษีอื่นที่โดยปกติไม่รวมอยู่ในราคาของสินค้าและบริการ (๒) หากองค์การ
ภายในขอบข่ายแห่งกิจกรรมทางการของตน ได้มาซึ่งสินค้าหรือใช้บริการที่มีมูลค่าสูง และหากราคาสินค้าหรือบริการเหล่านี้ได้รวมภาษีและอากรไว้แล้ว ให้ภาคีพิธีสารดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อส่งกลับหรือคืนจำนวนเงินภาษีหรืออากรนั้น ทั้งนี้ เท่าที่กระทำได้ (๓)
ให้สินค้าที่องค์การได้มาภายในขอบข่ายแห่งกิจกรรมเป็นทางการของตนได้รับการยกเว้นจากข้อห้ามและข้อจำกัดทั้งปวงเกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออก (๔) ไม่มีการยกเว้นให้สำหรับภาษีและอากรซึ่งเป็นเงินค่าภาระสำหรับการบริการพิเศษที่องค์การได้รับ (๕)
ไม่ให้มีการยกเว้นสำหรับสินค้าที่ได้มาหรือบริการที่จัดให้องค์การเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลของบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ (๖) สินค้าที่ได้รับการยกเว้นตามข้อนี้ไม่อาจโอน ให้เช่า หรือให้ยืมไม่ว่าจะเป็นอย่างถาวรหรือชั่วคราว หรือขายไป เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ภาคีพิธีสารที่ให้การยกเว้นกำหนดไว้ ข้อ ๕ เงิน
เงินตรา และหลักทรัพย์ องค์การอาจรับและถือครองเงินประเภทใด ๆ เงินตรา หรือหลักทรัพย์และจำหน่ายจ่ายโอนเงิน เงินตรา หรือหลักทรัพย์ เพื่อกิจกรรมทางการใด ๆ ขององค์การโดยเสรี องค์การอาจมีบัญชีเงินตราสกุลใด ๆ ในจำนวนเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามพันธกรณีขององค์การ ข้อ ๖ การติดต่อสื่อสารและสิ่งพิมพ์ทางการ (๑)
ในเรื่องการติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการและการรับส่งเอกสารทั้งปวงขององค์การให้องค์การได้รับการปฏิบัติที่ได้รับความอนุเคราะห์ในดินแดนของแต่ละภาคีแห่งพิธีสารไม่น้อยกว่าที่ให้เป็นการทั่วไปแก่องค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาลที่มีฐานะเท่าเทียมกัน เกี่ยวกับลำดับก่อนหลัง อัตรา และภาษี
สำหรับการไปรษณีย์และโทรคมนาคมทุกรูปแบบ ทั้งนี้ เท่าที่จะสอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศใด ๆ ที่ภาคีพิธีสารนั้นเป็นภาคีอยู่ (๒) ในเรื่องการติดต่อสื่อสารทางการขององค์การ องค์การอาจใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสมทั้งหลายได้ รวมทั้งการส่งข้อความโดยรหัสหรือใช้รหัส ภาคีพิธีสารนี้จะต้องไม่กำหนดข้อกำกัดใด ๆ
เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารทางการหรือการเผยแพร่สิ่งพิมพ์ทางการขององค์การไม่ให้มีการตรวจพิจารณาการติดต่อสื่อสารและสิ่งพิมพ์เช่นว่านั้น (๓) องค์การอาจติดตั้งและใช้เครื่องส่งวิทยุได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากภาคีพิธีสารที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ข้อ ๗ บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ (๑)
ให้บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ดังนี้ (ก) ความคุ้มกันจากเขตอำนาจศาล แม้ภายหลังบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ได้พ้นจากหน้าที่ขององค์การแล้ว ในเรื่องการกระทำ รวมทั้งถ้อยคำด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ได้กระทำในการปฏิบัติภาระหน้าที่ทางการของตน อย่างไรก็ตาม
ความคุ้มกันนี้จะไม่ใช้ต่อกรณีที่บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่กระทำความผิดทางจราจร หรือในกรณีความเสียหายอันเกิดจากยานยนต์หรือยานพาหนะขนส่งอื่น ซึ่งเป็นของหรือขับขี่โดยบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่นั้น (ข) ได้รับการยกเว้น พร้อมทั้งสมาชิกครอบครัวซึ่งประกอบเป็นส่วนของครัวเรือนของตน จากหน้าที่เกี่ยวกับการรับใช้ชาติ
รวมถึงการรับราชการทหาร (ค) การละเมิดมิได้ซึ่งเอกสารทางการของบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติภาระหน้าที่ของตนภายในขอบข่ายกิจกรรมทางการขององค์การ (ง) การยกเว้น พร้อมทั้งสมาชิกของครอบครัวซึ่งประกอบเป็นส่วนของครัวเรือนของตน จากข้อกำกัดเกี่ยวกับการเข้าเมือง และการทะเบียนคนต่างด้าว (จ)
ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับที่ให้แก่บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ของบรรดาองค์การระหว่างรัฐบาลในเรื่องเงินตรา และควบคุมการปริวรรตเงินตรา (ฉ) ได้รับ พร้อมทั้งสมาชิกของครอบครัวซึ่งประกอบเป็นส่วนของครัวเรือนของตน ซึ่งการอำนวยความสะดวกในการส่งตัวกลับประเทศในเวลาที่มีวิกฤติการณ์ระหว่างประเทศ
เช่นเดียวกับที่ให้แก่บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ของบรรดาองค์การระหว่างรัฐบาล (ช) สิทธิในการนำเข้าโดยปลอดอากรซึ่งเครื่องตกแต่งบ้านและของใช้ส่วนบุคคล รวมทั้งยานยนต์ ในเวลาที่แรกเข้ารับตำแหน่งครั้งแรกในรัฐที่เกี่ยวข้องและสิทธิในการส่งของดังกล่าวออกโดยปลอดอากร เมื่อสิ้นสุดภาระหน้าที่ของตนในรัฐนั้น
โดยทั้งสองกรณีให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของรัฐที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เว้นแต่จะเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับเช่นว่า สินค้าที่ได้รับการยกเว้นตามอนุวรรคนี้ไม่ให้โอน ให้เช่าหรือให้ยืมอย่างถาวรหรือชั่วคราว หรือขายไป (๒)
ให้เงินเดือนและค่าจ้างที่องค์การจ่ายบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้
นับแต่วันที่บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่นั้นเริ่มมีภาระที่ต้องจ่ายเงินที่องค์การเรียกเก็บจากเงินเดือนของบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ขององค์การภาคีพิธีสารนี้อาจนำเงินเดือนและค่าจ้างเหล่านี้มารวมคำนวณในการประเมินจำนวนภาระภาษีที่จะเรียกเก็บจากแหล่งรายได้อื่น
ภาคีพิธีสารนี้ไม่จำต้องยกเว้นภาษีเงินได้ในส่วนของเงินบำนาญและเบี้ยหวัดซึ่งจ่ายให้แก่อดีตบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ (๓) ในกรณีที่บุคคลใดคณะเจ้าหน้าที่อาจได้รับความคุ้มครองจากโครงการประกันสังคมขององค์การแล้ว
ให้องค์การและบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ขององค์การได้รับการยกเว้นจากการจ่ายเงินสมทบภาคบังคับทั้งปวงแก่โครงการประกันสังคมแห่งชาติ การยกเว้นนี้ไม่ห้ามการเข้าร่วมโดยสมัครใจในโครงการประกันสังคมแห่งชาติ
ตามกฎหมายของภาคีพิธีสารที่เกี่ยวข้องทั้งไม่เป็นการบังคับให้ภาคีพิธีสารจ่ายผลประโยชน์ตามโครงการประกันสังคมให้บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการยกเว้นตามความวรรคนี้ (๔) ภาคีพิธีสารไม่จำต้องให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่อ้างถึงในอนุวรรค (ข) (ง) (จ) (ฉ) และ (ช) ของวรรค (๑)
แก่คนชาติหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรของภาคีพิธีสารนั้น ข้อ ๘ ผู้อำนวยการ (๑) นอกจากเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่ให้แก่สมาชิกคณะเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๗ แล้วให้ผู้อำนวยการได้รับ (ก) ความคุ้มกันจากการจับกุมและคุมขัง (ข) ความคุ้มกันจากเขตอำนาจศาลทั้งทางแพ่งและทางปกครอง และการบังคับคดีที่ผู้แทนทางการทูตได้รับ
ยกเว้นในกรณีความเสียหายที่เกิดจากยานยนต์หรือพาหนะขนส่งอื่นซึ่งเป็นของหรือขับขี่โดยผู้อำนวยการ (ค) ความคุ้มกันอย่างบริบูรณ์จากเขตอำนาจศาลในทางอาญา ยกเว้นในกรณีความผิดทางจราจรที่เกิดจากยานยนต์หรือพาหนะขนส่งอื่น ซึ่งเป็นของหรือขับขี่โดยผู้อำนวยการภายใต้อนุวรรค (ก) ข้างต้น (๒)
ภาคีพิธีสารไม่จำต้องให้ความคุ้มกันตามข้อนี้แก่คนชาติหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรของภาคีพิธีสารนั้น ข้อ ๙ ผู้แทนของภาคี (๑) ในการปฏิบัติภาระหน้าที่อย่างเป็นทางการและระหว่างการเดินทางไปและกลับจากสถานที่ประชุม ให้ผู้แทนภาคีพิธีสารและผู้แทนภาคีสำนักงานใหญ่ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ดังนี้ (ก)
ความคุ้มกันจากการจับกุมหรือคุมขังในรูปแบบใด ๆ ระหว่างรอการพิจารณาคดีในศาล (ข) ความคุ้มกันจากเขตอำนาจศาล ซึ่งการกระทำรวมทั้งถ้อยคำด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร ซึ่งกระทำในระหว่างปฏิบัติภาระหน้าที่ทางการ ทั้งนี้ แม้ภายหลังสิ้นสุดภารกิจของผู้แทนของภาคีแล้ว อย่างไรก็ตาม จะไม่ได้รับความคุ้มกันนี้
ในกรณีความผิดทางจราจร ซึ่งกระทำโดยผู้แทนของภาคีหรือในกรณีความเสียหายอันเกิดจากยานยนต์หรือพาหนะขนส่งอื่นซึ่งเป็นของหรือขับขี่โดยผู้แทนของภาคีนั้น (ค) การละเมิดมิได้ซึ่งเอกสารทางการทั้งปวงของผู้แทนของภาคี (ง) การยกเว้น พร้อมทั้งสมาชิกครอบครัวซึ่งประกอบเป็นส่วนของครัวเรือนของตน
จากข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการทะเบียนคนต่างด้าว (จ) ได้รับการปฏิบัติในเรื่องการควบคุมและการปริวรรตเงินตราเช่นเดียวกับผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศที่มาปฏิบัติภารกิจเป็นทางการเป็นการชั่วคราว (ฉ)
ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศที่มาราชการชั่วคราวในเรื่องพิธีการศุลกากรสำหรับเครื่องเดินทางส่วนตัวของผู้แทน (๒) บทบัญญัติในวรรค ๑ ไม่ใช้บังคับในความเกี่ยวข้องระหว่างภาคีพิธีสารกับผู้แทนของภาคีพิธีสาร นอกจากนี้ บทบัญญัติในอนุวรรค (ก) (ง) (จ) และ (ฉ) ของวรรค (๑)
จะไม่ใช้บังคับในความเกี่ยวข้องระหว่างภาคีพิธีสารกับคนชาติหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรของภาคีพิธีสารนั้น ข้อ ๑๐ ผู้เชี่ยวชาญ (๑) ในการปฏิบัติภาระหน้าที่ทางการที่เกี่ยวกับงานขององค์การและระหว่างการเดินทางไปและกลับจากสถานที่ปฏิบัติภาระหน้าที่ของตน ให้ผู้เชี่ยวชาญได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ดังนี้ (ก)
ความคุ้มกันจากเขตอำนาจศาล ซึ่งการกระทำ รวมถึงถ้อยคำด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร ซึ่งได้กระทำในการปฏิบัติภาระหน้าที่ทางการ ทั้งนี้ แม้ภายหลังจะสิ้นสุดภารกิจของผู้เชี่ยวชาญแล้ว อย่างไรก็ตาม
ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้รับความคุ้มกันในกรณีความเสียหายอันเกิดจากยานยนต์หรือพาหนะขนส่งอื่นที่เป็นของหรือขับขี่โดยผู้เชี่ยวชาญ (ข) การละเมิดมิได้ซึ่งเอกสารทางการทั้งปวงของผู้เชี่ยวชาญ (ค) ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับที่ให้แก่พนักงานขององค์การระหว่างรัฐบาลในเรื่องเงินตราและการควบคุมการปริวรรตเงินตรา (ง)
การยกเว้น พร้อมทั้งสมาชิกของครอบครัวซึ่งประกอบเป็นส่วนของครัวเรือนของตน จากข้อกำกัดเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการทะเบียนคนต่างด้าว (จ) การอำนวยความสะดวกในเรื่องเกี่ยวกับสัมภาระส่วนบุคคลของผู้เชี่ยวชาญเช่นเดียวกับที่ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญขององค์การระหว่างรัฐบาลอื่น (๒)
ภาคีพิธีสารไม่จำต้องให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่อ้างถึงในอนุวรรค (ค) (ง) และ (จ) ของวรรค (๑) แก่คนชาติหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรของภาคีพิธีสารนั้น ข้อ ๑๑ การแจ้งชื่อบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ ให้ผู้อำนวยการองค์การแจ้งชื่อและสัญชาติของบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งบทบัญญัติของข้อ ๗
ข้อ ๘ และข้อ ๑๑ จะใช้บังคับแก่ภาคีพิธีสารอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งทุกปี ข้อ ๑๒ การสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน (๑) เอกสิทธิ์ การยกเว้น และความคุ้มกันใด ๆ ที่ให้ตามพิธีสารนี้ ไม่ได้มอบให้เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลของปัจเจกชน แต่เพื่อการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพตามภาระหน้าที่ทางการของบุคคลเหล่านั้น (๒)
หากผู้มีอำนาจหน้าที่ตามรายการข้างท้ายข้อนี้มีความเห็นว่า เอกสิทธิ์และความคุ้มกันจะขัดขวางต่อกระบวนการยุติธรรม และในทุกกรณีอาจสละสิทธิได้โดยไม่กระทบต่อความมุ่งประสงค์ของการได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่เหล่านี้มีสิทธิและหน้าที่ในการสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้นได้ (ก)
ภาคีพิธีสาร ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้แทนของภาคีพิธีสาร (ข) สมัชชา ด้วยการเรียกประชุมสมัยวิสามัญหากจำเป็น ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์การหรือผู้อำนวยการขององค์การ (ค) ผู้อำนวยการองค์การ ในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ ข้อ ๑๓ การให้ความช่วยเหลือปัจเจกชน
ให้บรรดาภาคีพิธีสารดำเนินมาตรการที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าเมือง การพักอาศัย และการออกจากเมืองของผู้แทน บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ ข้อ ๑๔ การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎข้อบังคับ โดยไม่กระทบต่อบทบัญญัติอื่นของพิธีสารนี้
ให้องค์การและบุคคลทั้งปวงที่ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามพิธีสาร เคารพต่อกฎหมายและกฎข้อบังคับของภาคีพิธีสารที่เกี่ยวข้อง และให้ความร่วมมือตลอดเวลากับพนักงานเจ้าหน้าที่ของภาคีเหล่านั้น เพื่อประกันการเคารพต่อกฎหมายและกฎบังคับของภาคีพิธีสารที่เกี่ยวข้อง ข้อ ๑๕ มาตรการระวังภัยล่วงหน้า
แต่ละภาคีพิธีสารคงไว้ซึ่งสิทธิที่จะดำเนินมาตรการระวังภัยล่วงหน้าตามที่จำเป็นเพื่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของตน ข้อ ๑๖ การระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทใดระหว่างภาคีพิธีสาร หรือระหว่างองค์การกับภาคีพิธีสารเกี่ยวกับการตีความหรือการใช้บังคับพิธีการ ให้ตกลงกันด้วยการเจรจาหรือวิธีการอื่นตามที่ตกลงกัน
หากข้อพิพาทนั้นไม่อาจตกลงกันได้ภายในส
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 5 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การดาวเทียมเคลื่อนที่ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2550ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง