มาตรา ๘ กำหนดประเภทคดีที่พยานอาจได้รับการคุ้มครองตามมาตรการพิเศษ ได้แก่ (๑) คดีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (๒) คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา (๓) คดีความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะเรื่องการเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร ความผิดฐานพรากเด็กและผู้เยาว์ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก และความผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณี (๔) คดีความผิดเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรม ได้แก่ ความผิดฐานอั้งยี่และซ่องโจร รวมถึงความผิดอื่นที่กระทำร่วมกันโดยกลุ่มอาชญากรที่วางแผนเป็นระบบและมีเครือข่ายเป็นขบวนการหรือองค์กรลับ (๕) คดีความผิดที่มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น และ (๖) คดีซึ่งสำนักงานคุ้มครองพยานเห็นสมควรให้ความคุ้มครองพยาน
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 8 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณได้แก่ คดียาเสพติด ฟอกเงิน ทุจริต ศุลกากร คดีความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร คดีความผิดเกี่ยวกับเพศและการค้าประเวณีตามที่ระบุไว้ คดีองค์กรอาชญากรรม คดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป และคดีที่สำนักงานคุ้มครองพยานเห็นสมควรให้ความคุ้มครอง
คดีความผิดที่มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ตามที่ (๕) กำหนดไว้
ได้ตาม (๖) ซึ่งเปิดช่องไว้สำหรับคดีซึ่งสำนักงานคุ้มครองพยานเห็นสมควรให้ความคุ้มครองพยาน
หมายถึงความผิดฐานอั้งยี่และซ่องโจรตามประมวลกฎหมายอาญา และรวมถึงความผิดอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการกระทำร่วมกันโดยกลุ่มอาชญากรที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ และมีการวางเครือข่ายเป็นขบวนการหรือองค์กรลับอย่างซับซ้อนและเป็นสัดส่วน
↑ ดูพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)