มาตรานี้ให้อำนาจรัฐมนตรีสั่งเลิกหอการค้าได้ใน ๔ กรณี คือการกระทำของหอการค้าผิดกฎหมายหรือเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี การฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ จนเสียหายอย่างร้ายแรง การไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปหรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป และการยอมให้คนที่ไม่ใช่กรรมการเข้ามาทำหน้าที่กรรมการ ทั้งยังตัดสิทธิกรรมการที่มีส่วนในการกระทำอันเป็นเหตุให้ถูกสั่งเลิกไม่ให้เป็นกรรมการหอการค้าอีกจนกว่าจะพ้นสามปี
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 43 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมี ๔ กรณีตามตัวบท คือ (๑) การกระทำของหอการค้าผิดต่อกฎหมายหรือเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (๒) ฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ และการกระทำนั้นเสียหายอย่างร้ายแรง (๓) ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปหรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป และ (๔) ให้หรือยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการดำเนินกิจการในหน้าที่ของกรรมการ
กรรมการผู้ซึ่งมีส่วนในการกระทำอันเป็นเหตุให้ถูกสั่งเลิกตาม (๑) (๒) หรือ (๔) ไม่มีสิทธิเป็นกรรมการหอการค้าอีก เว้นแต่จะพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีสั่งให้เลิกหอการค้านั้น
ตั้งแต่สองปีขึ้นไป ตัวบทวางเหตุไว้ว่าเมื่อหอการค้าไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป หรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้เลิกได้
ไม่ ตัวบทจำกัดไว้เฉพาะกรรมการผู้ซึ่งมีส่วนในการกระทำอันเป็นเหตุให้หอการค้านั้นถูกสั่งให้เลิก และเฉพาะกรณีที่สั่งเลิกตาม (๑) (๒) หรือ (๔) เท่านั้น
↑ ดูพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)