⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกสารบัญกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 › มาตรา 4

มาตรา 4 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๓๒/๑ มาตรา ๑๓๒/๒ และมาตรา ๑๓๒/๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ “มาตรา ๑๓๒/๑ ในกรณีที่ความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ว่าโดยทางใด ๆ ว่า บุคคลตามมาตรา ๑๓๒ ถูกร้องทุกข์ ถูกกล่าวโทษ ถูกฟ้องคดี หรือถูกดำเนินการทางวินัย อันเนื่องมาจากการดำเนินการตามมาตรา ๑๓๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ หรือไม่ แล้วเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยพลัน ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าบุคคลนั้นได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ ให้สำนักงานดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไปโดยเร็ว มาตรา ๑๓๒/๒ ในการให้ความช่วยเหลือตามมาตรา ๑๓๒/๑ ให้สำนักงานกระทำได้ตามความจำเป็น ซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ในกรณีถูกฟ้องคดีแพ่ง ได้แก่ (ก) การมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ต่างให้ การจัดหาทนายความให้หรือการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความ (ข) การสนับสนุนค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี (๒) ในกรณีถูกร้องทุกข์ ถูกกล่าวโทษ ถูกดำเนินคดี หรือถูกฟ้องคดีอาญา ได้แก่ (ก) กรณีอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ ได้แก่ การส่งข้อมูลและมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ ไปให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการเพื่อประกอบการพิจารณา โดยให้ถือว่าข้อมูลและมติที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ข) กรณีถูกฟ้องคดีอาญาในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ได้แก่ การมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ต่างให้ การจัดหาทนายความให้ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความ หรือการขอให้พนักงานอัยการเข้าแก้ต่างให้ (ค) กรณีถูกฟ้องคดีอาญาและผู้ได้รับความช่วยเหลืออยู่ในอำนาจของศาล ได้แก่ การแจ้งมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ ให้ศาลทราบ และให้รวมไว้ในสำนวนเพื่อประกอบการพิจารณาทั้งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและในชั้นพิจารณาพิพากษา (ง) การสนับสนุนค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี (จ) การช่วยเหลือในการปล่อยชั่วคราว (๓) ในกรณีถูกดำเนินการทางวินัย ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งมติที่วินิจฉัยว่าบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ ไปให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยทราบ และให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวยุติการดำเนินการทางวินัยในเรื่องนั้นทันที เมื่อมีการมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ต่างให้ตาม (๑) (ก) หรือ (๒) (ข) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีอำนาจแก้ต่างในศาลได้เช่นเดียวกับทนายความ ในกรณีที่พนักงานอัยการเห็นสมควรรับแก้ต่างให้ตาม (๒) (ข) ให้พนักงานอัยการมีอำนาจแก้ต่างได้ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือ การขอรับความช่วยเหลือ และการยกเลิกการให้ความช่วยเหลือตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ในกรณีที่ต้องมีการใช้จ่ายเงิน ให้จ่ายจากเงินกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา ๑๓๒/๓ ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ความช่วยเหลือตามมาตรา ๑๓๒/๑ ในการปล่อยชั่วคราวแก่บุคคลซึ่งถูกควบคุมอยู่ในชั้นสอบสวน ให้สำนักงานแจ้งมติดังกล่าวไปให้พนักงานสอบสวนทราบ และให้พนักงานสอบสวนสั่งปล่อยชั่วคราวบุคคลนั้นไปโดยไม่ต้องมีประกัน ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าบุคคลดังกล่าวอยู่ในอำนาจของพนักงานอัยการหรือศาล พนักงานอัยการหรือศาลจะสั่งปล่อยชั่วคราวบุคคลนั้นโดยไม่มีประกันก็ได้ แต่ในกรณีที่พนักงานอัยการหรือศาลเห็นสมควรจะให้ปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกัน ให้สำนักงานมีอำนาจประกันหรือวางหลักประกันดังกล่าวได้”

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 4 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 1มาตรา 2มาตรา 3มาตรา 5มาตรา 6มาตรา 7

↑ ดูพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568ทั้งหมด

🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง