มาตรา 24 พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567
หมวด ๒ การเก็บภาษีส่วนเพิ่ม
มาตรา ๒๔ ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “นิติบุคคลแม่ลำดับกลาง” หมายความว่า นิติบุคคลในเครือหนึ่งที่มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในนิติบุคคลในเครืออื่นที่เป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด
นิติบุคคลแม่ที่บุคคลอื่นมีความเป็นเจ้าของบางส่วน สถานประกอบการถาวร หรือนิติบุคคลเพื่อการลงทุน “นิติบุคคลแม่ที่บุคคลอื่นมีความเป็นเจ้าของบางส่วน” หมายความว่า นิติบุคคลในเครือที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑)
มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในนิติบุคคลในเครืออื่นที่เป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกัน และ (๒) มีบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่นิติบุคคลในเครือของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกันมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมมากกว่าร้อยละยี่สิบ
แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด สถานประกอบการถาวร หรือนิติบุคคลเพื่อการลงทุน “นิติบุคคลเพื่อการลงทุน” หมายความว่า (๑) กองทุนเพื่อการลงทุนหรือเครื่องมือเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (๒) นิติบุคคลที่ (ก)
ส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าถูกถือโดยนิติบุคคลอื่นที่มีลักษณะตาม (๑) โดยตรง หรือผ่านนิติบุคคลอื่นที่มีลักษณะเช่นว่านั้นเป็นทอด ๆ และ (ข) ได้ดำเนินการทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ในการถือครองทรัพย์สินหรือลงทุน เพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลเพื่อการลงทุนตาม (๑) หรือ (๓)
นิติบุคคลที่มูลค่าในนิติบุคคลดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบห้าถูกถือโดยนิติบุคคลอื่นที่มีลักษณะตาม (๑) และรายได้เกือบทั้งหมดของนิติบุคคลดังกล่าวนั้นเป็นเงินปันผลหรือส่วนเกินทุนหรือส่วนตํ่ากว่าทุนจากส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของที่ไม่ถูกรวมในการคำนวณผลกำไรหรือผลขาดทุนตามมาตรา ๓๑
“ส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ” หมายความว่า ส่วนได้เสียในทุนที่มีสิทธิในกำไรเงินทุน หรือทุนสำรองของนิติบุคคลหรือของสถานประกอบการถาวรที่นิติบุคคลหลักมีอยู่ “ส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุม” หมายความว่า ส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลหนึ่ง ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียเช่นว่านั้น (๑)
ถูกกำหนดให้นำรายการทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย และกระแสเงินสดของนิติบุคคลดังกล่าวมารวมกับรายการของตนด้วยวิธีรายการต่อรายการตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ หรือ (๒) พึงถูกกำหนดให้นำรายการเช่นว่านั้นมารวมกับรายการของตนด้วยวิธีรายการต่อรายการ หากผู้มีส่วนได้เสียนั้นได้จัดทำงบการเงินรวม
ทั้งนี้ ในกรณีของนิติบุคคลหลักและสถานประกอบการถาวร ให้ถือว่านิติบุคคลหลักมีส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุมในสถานประกอบการถาวรของตน “ระบบภาษีที่จัดเก็บเมื่อจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น” หมายความว่า ระบบภาษีเงินได้นิติบุคคลที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑)
จัดเก็บภาษีเงินได้จากบริษัทซึ่งจะต้องเสียภาษีเมื่อได้จ่ายกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น หรือเมื่อถือได้ว่าจ่ายกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น หรือเมื่อมีรายจ่ายบางรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ (๒) จัดเก็บภาษีในอัตราที่เท่ากับหรือมากกว่าอัตราภาษีขั้นตํ่า และ (๓) ใช้บังคับก่อนวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
“มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ” หมายความว่า (๑) มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Reporting Standards) หรือ (๒) หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปในประเทศที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ
“มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับอนุญาต” หมายความว่า หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปในประเทศหนึ่งซึ่งได้รับการยอมรับจากหน่วยงานผู้มีอำนาจเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชีของประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ “หน่วยงานผู้มีอำนาจเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี” หมายความว่า
หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายของประเทศหนึ่งในการกำหนด จัดทำ หรือยอมรับมาตรฐานการบัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ในการรายงานข้อมูลทางการเงินสำหรับประเทศนั้น “งบการเงินรวม” หมายความว่า (๑) งบการเงินที่จัดทำโดยนิติบุคคลหนึ่งตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับซึ่งได้กำหนดให้นำเสนอรายการทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้
รายจ่าย และกระแสเงินสดของนิติบุคคลนั้น และนิติบุคคลอื่น ๆ ที่นิติบุคคลนั้นมีส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุม รวมเป็นหนึ่งหน่วยเศรษฐกิจ (๒) งบการเงินที่จัดทำโดยนิติบุคคลหลักตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ ในกรณีของกลุ่มนิติบุคคลตาม (๒) ของบทนิยามคำว่า “กลุ่มนิติบุคคล” ตามมาตรา ๔ (๓)
งบการเงินที่จัดทำโดยนิติบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) ตามมาตรฐานการบัญชีอื่นที่ไม่ใช่มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ แต่ได้ปรับปรุงตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศแล้ว เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของการนำเสนอข้อมูลที่มีนัยสำคัญ หรือ (๔)
งบการเงินที่พึงได้จัดทำขึ้นโดยนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับหรือมาตรฐานการบัญชีอื่น แต่ได้ปรับปรุงตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศแล้ว เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของการนำเสนอข้อมูลที่มีนัยสำคัญ
หากนิติบุคคลนั้นได้ถูกกำหนดให้จัดทำงบการเงินเช่นว่านั้นในกรณีที่ไม่มีงบการเงินตาม (๑) ถึง (๓) “ความคลาดเคลื่อนของการนำเสนอข้อมูลที่มีนัยสำคัญ” หมายความว่า
ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการปรับใช้มาตรฐานการบัญชีหนึ่งที่ทำให้เกิดผลต่างโดยรวมมากกว่าจำนวนเงินตราไทยเทียบเท่าเจ็ดสิบห้าล้านยูโรในรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้รับจากการปรับใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Reporting Standards)
“ภาษีที่อยู่ในขอบข่าย” หมายความว่า (๑) จำนวนภาษีที่ถูกบันทึกในงบการเงินของนิติบุคคลในเครือแต่ละราย (ก) ที่คำนวณจากรายได้หรือกำไรของนิติบุคคลในเครือนั้น (ข) ที่คำนวณจากรายได้หรือกำไรของนิติบุคคลในเครืออื่นที่นิติบุคคลในเครือนั้นมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ (๒)
จำนวนภาษีที่จัดเก็บภายใต้ระบบภาษีที่จัดเก็บเมื่อจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น (๓) จำนวนภาษีที่จัดเก็บแทนที่ภาษีเงินได้นิติบุคคล (๔) จำนวนภาษีที่จัดเก็บโดยอ้างอิงถึงกำไรสะสมและทุน รวมถึงภาษีที่จัดเก็บจากหลายองค์ประกอบซึ่งขึ้นอยู่กับกำไรและทุน จำนวนภาษีดังกล่าวไม่รวมถึงจำนวนภาษี ดังต่อไปนี้ (๑)
จำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลแม่ได้รับรู้ตามกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ (๒) จำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลในเครือได้รับรู้ตามหลักการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ (๓)
จำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลในเครือได้รับรู้หรือเกิดจากการปรับปรุงรายการตามกฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ (๔) จำนวนภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด (๕) ภาษีที่บริษัทประกันภัยได้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์
“กฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์” หมายความว่า กฎหมายของประเทศหนึ่งที่มีลักษณะเดียวกันกับกฎการรวมเงินได้ (Income Inclusion Rule) ตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศและได้รับการรับรองโดยกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ
“ภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์” หมายความว่า การจัดเก็บภาษีขั้นตํ่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายของประเทศหนึ่งซึ่ง (๑)
ได้กำหนดเงินได้รวมสุทธิภายหลังจากการหักส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิสำหรับนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศดังกล่าวในลักษณะเดียวกันกับที่มาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศกำหนด (๒)
ได้เพิ่มภาระภาษีภายในประเทศที่คำนวณจากเงินได้รวมสุทธิภายหลังจากการหักส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิตาม (๑) เพื่อให้เป็นไปตามอัตราภาษีขั้นตํ่า สำหรับประเทศนั้นและนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้นสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง (๓)
เป็นไปในแนวทางที่สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ และประเทศนั้นไม่ได้ให้ประโยชน์ใดที่เกี่ยวข้องกับมาตรการดังกล่าว และ (๔) ได้รับการรับรองโดยกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ
“กฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์” หมายความว่า กฎหมายของประเทศหนึ่งที่มีลักษณะเดียวกันกับกฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือ (Undertaxed Payments Rule)
ตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศและได้รับการรับรองโดยกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 24 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง