⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกสารบัญกฎหมายพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 › มาตรา 52

มาตรา 52 พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567

หมวด ๒ การเก็บภาษีส่วนเพิ่ม
มาตรา ๕๒ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศไทย การคำนวณอัตราภาษีที่แท้จริงและภาษีส่วนเพิ่มสำหรับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ กิจการร่วมค้า หรือกลุ่มกิจการร่วมค้า ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในส่วนที่ ๒ การคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม ส่วนที่ ๔ กิจการร่วมค้า และส่วนที่ ๕ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่ เว้นแต่จะกำหนดเป็นการเฉพาะในกฎกระทรวง ในกรณีที่ประเทศไทยมีภาษีส่วนเพิ่มเกิดขึ้น ให้นิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า หรือกิจการร่วมค้าลูกแต่ละรายที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยนั้นเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นจำนวนเท่ากับภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศไทยซึ่งนิติบุคคลนั้นได้รับปันส่วนมาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๓๙ ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่กรณีนิติบุคคลในเครือทั้งหมดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหรือนิติบุคคลทั้งหมดของกลุ่มกิจการร่วมค้าที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยได้ตกลงร่วมกันเป็นหนังสือให้นิติบุคคลรายหนึ่งหรือหลายรายของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหรือกลุ่มกิจการร่วมค้า รับภาระภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศไทย หากได้ตกลงเช่นว่านั้นแล้ว ให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหรือกลุ่มกิจการร่วมค้านั้นแจ้งต่อกรมสรรพากรภายในสิบห้าเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหรือกลุ่มกิจการร่วมค้านั้น และให้ถือว่าภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งจำนวนหรือตามส่วนที่ได้ตกลงร่วมกันรับภาระนั้นเป็นภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลผู้ตกลงรับภาระนั้นต้องเสีย แต่ถ้านิติบุคคลผู้ตกลงรับภาระนั้นมีภาษีส่วนเพิ่มค้างชำระ ให้นิติบุคคลในเครือทั้งหมดหรือนิติบุคคลทั้งหมดของกลุ่มกิจการร่วมค้านั้น ต้องรับผิดร่วมกับนิติบุคคลผู้ตกลงรับภาระที่มีภาษีส่วนเพิ่มค้างชำระนั้นด้วย

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 52 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 48มาตรา 49มาตรา 50มาตรา 51มาตรา 53มาตรา 54มาตรา 55มาตรา 56

↑ ดูพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567ทั้งหมด

🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง