มาตรานี้กำหนดหน้าที่และข้อจำกัดของลูกหนี้เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือพิพากษาให้ล้มละลายแล้วและยังไม่ได้สั่งปลดจากล้มละลาย ได้แก่ ต้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดจำนวนเงินเพื่อใช้จ่ายเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวตามสมควรแก่ฐานานุรูป โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้อนุญาตให้จ่ายจากเงินที่ได้มาระหว่างล้มละลาย และต้องส่งเงินหรือทรัพย์สินที่เหลือพร้อมบัญชีรับจ่ายภายในเวลาที่กำหนด ต้องรายงานเป็นหนังสือทุกครั้งที่มีสิทธิได้รับทรัพย์สิน และต้องแสดงบัญชีรับจ่ายทุกระยะหกเดือน รวมทั้งจะออกไปนอกราชอาณาจักรไม่ได้เว้นแต่ศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อนุญาตเป็นหนังสือ และถ้าย้ายที่อยู่ต้องแจ้งตำบลที่อยู่ใหม่เป็นหนังสือภายในเวลาอันสมควร หน้านี้ยังรวมมาตรา ๖๗/๑ ซึ่งกำหนดว่าบุคคลล้มละลายอาจได้รับการปลดจากล้มละลายเมื่อศาลมีคำสั่งปลดตามมาตรา ๗๑ หรือเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๘๑/๑
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 67 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณไม่ได้ เว้นแต่ศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะอนุญาตเป็นหนังสือ และถ้าย้ายที่อยู่ต้องแจ้งตำบลที่อยู่ใหม่เป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในเวลาอันสมควร
ต้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดจำนวนเงินสำหรับเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวตามสมควรแก่ฐานานุรูป แล้วส่งเงินหรือทรัพย์สินที่เหลือพร้อมบัญชีรับจ่ายให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ต้องแสดงบัญชีรับจ่ายเสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทุกระยะหกเดือน และต้องรายงานเป็นหนังสือทุกครั้งที่มีสิทธิจะได้รับทรัพย์สิน
ตามมาตรา ๖๗/๑ ที่รวมอยู่ในหน้านี้ อาจได้รับการปลดจากล้มละลายเมื่อศาลมีคำสั่งปลดจากล้มละลายตามมาตรา ๗๑ หรือเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๘๑/๑
↑ ดูพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)