⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 › มาตรา 14

มาตรา 14 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547

หมวด ๒ คณะกรรมการ

ℹ️ เอกสารต้นทางรวมกฎหมายหลายฉบับไว้ด้วยกัน จึงมีมาตรา 14 มากกว่าหนึ่งฉบับ — ด้านล่างแยกตามฉบับให้แล้ว โดยเรียงฉบับหลักไว้ก่อน

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 ฉบับหลัก
มาตรา ๑๔ ก.พ.อ. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (๒) ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้รับค่าตอบแทน สวัสดิการ และประโยชน์เกื้อกูลอื่น ให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม (๓) กำหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคล วินัยและการรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ และการพิจารณาตำแหน่งวิชาการ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว (๔) ออกกฎ ก.พ.อ. ระเบียบ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้ (๕) กำหนดกรอบอัตรากำลัง และอัตราส่วนสูงสุดของวงเงินที่จะพึงใช้เพื่อการบริหารงานบุคคลของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละสถาบัน (๖) กำกับ ดูแล ติดตามและประเมินผลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ในการนี้ให้มีอำนาจเรียกเอกสารและหลักฐานจากสถาบันอุดมศึกษา ให้ผู้แทนของสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการหรือบุคคลใดมาชี้แจงข้อเท็จจริง (๗) กำหนดอัตราค่าตอบแทนให้กับนายกสภาสถาบันอุดมศึกษาและกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง (๘) พิจารณารับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือคุณวุฒิอย่างอื่น เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และกำหนดอัตราเงินเดือนค่าตอบแทนที่ควรได้รับ และตำแหน่งที่ควรแต่งตั้ง (๙) กำหนดมาตรฐานของจรรยาบรรณที่พึงมีในสถาบันอุดมศึกษา (๑๐) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ ตามกฎหมายอื่น หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๑๔ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการต่อเวลาราชการตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งมีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

สรุปมาตรา 14 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

หน้านี้รวมข้อความสองส่วนที่ใช้เลขมาตราเดียวกัน ส่วนแรกกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ก.พ.อ. ไว้สิบข้อ ตั้งแต่เสนอแนะนโยบายต่อคณะรัฐมนตรี กำหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคลและวินัย ออกกฎ ก.พ.อ. กำหนดกรอบอัตรากำลัง กำกับติดตามประเมินผล รับรองคุณวุฒิ ไปจนถึงกำหนดมาตรฐานจรรยาบรรณ ส่วนที่สองเป็นบทรักษาสิทธิของผู้ได้รับการต่อเวลาราชการ

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 14 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 14

ก.พ.อ. มีอำนาจหน้าที่อะไรบ้าง

สิบข้อ ครอบคลุมการเสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรี การประสานเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการ การกำหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคล วินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์และร้องทุกข์ และการพิจารณาตำแหน่งวิชาการ การออกกฎ ก.พ.อ. การกำหนดกรอบอัตรากำลัง การกำกับติดตามประเมินผล การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการสภาสถาบัน การรับรองคุณวุฒิ การกำหนดมาตรฐานจรรยาบรรณ และการปฏิบัติการอื่น

ก.พ.อ. เรียกเอกสารจากมหาวิทยาลัยได้หรือไม่

ได้ ในการกำกับ ดูแล ติดตามและประเมินผลการบริหารงานบุคคล ให้มีอำนาจเรียกเอกสารและหลักฐานจากสถาบันอุดมศึกษา และให้ผู้แทนของสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการ หรือบุคคลใดมาชี้แจงข้อเท็จจริง

การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการสภาสถาบันต้องผ่านใคร

ก.พ.อ. กำหนดอัตราค่าตอบแทนให้กับนายกสภาสถาบันอุดมศึกษาและกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ผู้ที่ได้รับการต่อเวลาราชการอยู่ก่อนแล้วได้รับผลกระทบหรือไม่

ไม่กระทบ ข้อความอีกส่วนหนึ่งในหน้านี้กำหนดว่าบทบัญญัติซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินั้น ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการต่อเวลาราชการตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๗๒ ซึ่งมีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินั้นใช้บังคับ

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 10มาตรา 11มาตรา 12มาตรา 13มาตรา 15มาตรา 16มาตรา 17มาตรา 18

↑ ดูพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง