มาตรานี้อยู่ในพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม โดยยกเลิกความในมาตรา ๗๕ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และใช้ความใหม่แทน ซึ่งกำหนดว่าเมื่อนายจ้างมีความจำเป็นโดยเหตุสำคัญที่กระทบต่อการประกอบกิจการจนไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ ซึ่งมิใช่เหตุสุดวิสัย และต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว นายจ้างต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนหยุดกิจการ ตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงาน และต้องแจ้งลูกจ้างกับพนักงานตรวจแรงงานเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันทำการ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 15 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณต้องจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนนายจ้างหยุดกิจการ และต้องจ่ายตลอดระยะเวลาที่นายจ้างไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงาน
ต้องแจ้งให้ลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือก่อนวันเริ่มหยุดกิจการไม่น้อยกว่าสามวันทำการ การแจ้งด้วยวาจาไม่เป็นไปตามแบบที่กำหนด
ความใหม่ที่แก้ไขนี้ใช้กับกรณีที่นายจ้างมีความจำเป็นโดยเหตุสำคัญซึ่ง “มิใช่เหตุสุดวิสัย” จึงเป็นเงื่อนไขที่ตัวบทเขียนแยกไว้ชัดเจนในตัวมาตรา
หน้านี้เป็นมาตราของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนถ้อยคำในกฎหมายฉบับหลัก เนื้อหาที่ใช้บังคับจริงจึงต้องอ่านจากฉบับหลักที่รวมการแก้ไขแล้ว
↑ ดูพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)