มาตรา 4 พระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในท้องที่ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ให้แก่นางสาวสกล บุญถนอม และนางสาวองุ่น เฮ้งตระกูล พ.ศ. 2537
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกระทรวงการคลังได้รับบริจาคและซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเพื่อปลูกสร้างโรงพยาบาลบ้านบึง แต่แนวเขตที่ดินดังกล่าวไม่ติดถนนใหญ่ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๔ สายชลบุรี - บ้านบึง) โดยมีที่ดินของนางสาวสกล บุญถนอม และที่ดินของนางสาวองุ่น เฮ้งตระกูล
คั่นอยู่ เป็นเหตุให้ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจรไปมา แต่นางสาวสกล บุญถนอม ยินดีนำที่ดินของตนซึ่งติดกับถนนใหญ่ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๔ สายชลบุรี - บ้านบึง) เนื้อที่ประมาณ ๖๐ ตารางวา และนางสาวองุ่น เฮ้งตระกูล ยินดีนำที่ดินของตนที่อยู่ถัดมา เนื้อที่ประมาณ ๒ งาน ๖๘ ตารางวา รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๓
งาน ๒๘ ตารางวา แลกเปลี่ยนกับที่ดินบางส่วนของที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชบ. ๔๕๑ โฉนดที่ดินเลขที่ ๔๑๔๗๖ ในท้องที่ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ประมาณ ๑ งาน ๖๘ ตารางวา เพื่อสร้างถนนเป็นทางเข้าออกโรงพยาบาลบ้านบึง
กระทรวงการคลังจึงเห็นควรให้มีการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุดังกล่าวกับที่ดินของนางสาวสกล บุญถนอม และนางสาวองุ่น เฮ้งตระกูล แต่โดยที่มาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘
บัญญัติให้การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุเฉพาะที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะต้องกระทำโดยพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 4 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในท้องที่ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ให้แก่นางสาวสกล บุญถนอม และนางสาวองุ่น เฮ้งตระกูล พ.ศ. 2537ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง